การปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
วิสัยทัศน์ของ อมตะ คือ การพัฒนา “เมืองที่สมบูรณ์แบบ”
   
อมตะได้กำหนดวิสัยทัศน์ไว้คือ จะพัฒนาให้นิคมอุตสาหกรรมทุกแห่งของบริษัทฯ เป็น “เมืองสมบูรณ์แบบ” ที่ประกอบไปด้วยพื้นที่สำหรับ อุตสาหกรรม การศึกษาและฝึกอบรม การค้า ธนาคาร สถานพยาบาล สันทนาการ และที่อยู่อาศัย ที่มีสภาวะแวดล้อมที่ดี พรั่งพร้อมไปด้วยสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่ได้มาตรฐานครบครัน เพื่อความสุขและความสำเร็จของผู้ประกอบกิจการและอยู่อาศัยในโครงการ
ในด้านการบริหารจัดการ อมตะ ได้ใช้หลักการบรรษัทภิบาลที่ดีเป็นบรรทัดฐานในการควบคุมการบริหารจัดการธุรกิจให้มีความโปร่งใส  และมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะแข่งขันได้ในระดับสากล  คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้มีการติดตามและประเมินผลการกำกับดูแลกิจการอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี และมีการปรับปรุง แก้ไข เปลี่ยนแปลงให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

1.  สิทธิของผู้ถือหุ้น  (The Rights of Shareholders)
สิทธิของผู้ถือหุ้นครอบคลุมถึงสิทธิพื้นฐานต่างๆ ทั้งในฐานะของนักลงทุนในหลักทรัพย์ และในฐานะเจ้าของบริษัท  เช่น  สิทธิในการซื้อ  ขาย  โอน  หลักทรัพย์ที่ถืออยู่  สิทธิในการที่จะได้รับส่วนแบ่งผลกำไรจากบริษัท  สิทธิต่างๆ ในการประชุมผู้ถือหุ้น สิทธิในการแสดงความคิดเห็น  สิทธิในการร่วมตัดสินใจในเรื่องสำคัญของบริษัท  เช่น  การเลือกตั้งกรรมการ  การอนุมัติธุรกรรมที่สำคัญและมีผลต่อทิศทางในการดำเนินธุรกิจของบริษัท  การแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิ  และข้อบังคับของบริษัท  เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้ถือหุ้นของบริษัททุกคนมีสิทธิออกเสียงตามจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ โดยหุ้นแต่ละหุ้นมีสิทธิออกเสียงหนึ่งเสียง และไม่มีหุ้นใดมีสิทธิพิเศษที่เป็นการจำกัดสิทธิของผู้ถือหุ้นรายอื่น
บริษัทฯได้กำหนดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปีละครั้ง ภายในเวลาไม่เกิน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีของบริษัทฯ และหากมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องเสนอวาระเป็นกรณีพิเศษซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบหรือเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น หรือเกี่ยวกับเงื่อนไขหรือกฎเกณฑ์ กฎหมาย ที่ใช้บังคับที่ต้องได้รับการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นแล้ว บริษัทจะเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเป็นกรณีไป
ในปี  2551  นอกเหนือจากสิทธิพื้นฐานต่างๆ  ข้างต้นแล้วบริษัทยังได้ดำเนินการในเรื่องต่างๆ  ที่เป็นการส่งเสริม  และอำนวยความสะดวกในการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้น  ดังนี้
1.1 _ บริษัทฯ จัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2551  ณ สำนักงานของบริษัทฯ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้พิจารณาและออกเสียงในกิจกรรมต่างๆ ของบริษัทฯ ตามที่กฎหมายกำหนด โดยบริษัทได้มอบให้บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมทั้งเอกสารประกอบการประชุมแก่ผู้ถือหุ้นล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เพียงพอต่อการศึกษาข้อมูลของการประชุมฯ โดยจัดส่งให้กับผู้ถือหุ้นทุกรายที่มีรายชื่อปรากฏในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ณ วันปิดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ  เอกสารประกอบการประชุมที่บริษัทฯ ได้ส่งให้ผู้ถือหุ้นประกอบด้วยรายละเอียดวาระการประชุม รายงานประจำปี งบการเงิน และหนังสือมอบฉันทะ ซึ่งเป็นเอกสารที่มีข้อมูลครบถ้วนเพียงพอให้ผู้ถือหุ้นใช้ประกอบการตัดสินใจลงคะแนนในวาระต่างๆ และได้ทำการประกาศลงหนังสือพิมพ์รายวัน ทั้งฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษอย่างละ 1 ฉบับ ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 วัน และก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 3 วัน เพื่อบอกกล่าวเรียกประชุมผู้ถือหุ้น
1.2 _ เผยแพร่ข้อมูลประกอบวาระการประชุมผู้ถือหุ้นล่วงหน้าประมาณ  1  เดือนก่อนวันประชุมผู้ถือหุ้นในเว็บไซด์ของบริษัท (www.amata.com)  นอกจากนี้  ยังได้ชี้แจงสิทธิของผู้ถือหุ้นในการเข้าประชุมและสิทธิออกเสียงลงมติของผู้ถือหุ้นไว้ด้วย
1.3ในกรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง  บริษัทเปิดโอกาสให้สามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระหรือบุคคลอื่น  เข้าร่วมประชุมแทนตนได้  โดยให้ใช้หนังสือมอบฉันทะแบบหนึ่งแบบใดที่บริษัทได้จัดส่งไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุม  นอกจากนี้  ผู้ถือหุ้นสามารถ  Download หนังสือมอบฉันทะผ่านทางหน้าเว็บไซด์ของบริษัทได้อีกทางหนึ่งด้วย
1.4 _ สนับสนุนให้กรรมการ ผู้บริหารระดับสูง ผู้สอบบัญชีเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตอบคำถามและรับทราบความเห็นของผู้ถือหุ้น โดยในปี  2551 มีประธานกรรมการและกรรมการได้เข้าร่วมการประชุมรวม  9  ท่านจากจำนวนทั้งหมด  10  ท่านคิดเป็นร้อยละ 90 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด

    1. ในการประชุม บริษัทฯได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นแสดงความคิดเห็น  ข้อเสนอแนะ  หรือตั้งคำถามในวาระต่างๆ  อย่างอิสระก่อนการลงมติในทุกวาระ  ทั้งนี้  ในการประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทได้ให้ข้อมูลรายละเอียดในเรื่องดังกล่าวอย่างเพียงพอแก่ผู้ถือหุ้น  โดยในวาระที่ผู้ถือหุ้นมีข้อสงสัย  ข้อซักถาม บริษัทฯ ได้จัดเตรียมบุคคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขาเป็นผู้ให้คำตอบภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัทฯ  พร้อมทั้งมีการบันทึกการประชุมอย่างถูกต้องครบถ้วน และสรุปด้วยการลงมติและคะแนนเสียง  รวมระยะเวลาที่ใช้ในการประชุมผู้ถือหุ้นประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

ในปี 2552 บริษัทจะเปิดโอกาศให้ผู้ถือหุ้นสามารถส่งคำถามที่ต้องการให้ชี้แจงในประเด็นของระเบียบวาระที่นำเสนอได้ล่วงหน้าโดยส่งจดหมายอิเลคโทรนิคเมล์มาที่  ir@amata.com   หรือโทรสารหมายเลข 0-2318-1096 เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับประโยชน์สูงสุดจากการประชุม รวมทั้งเป็นการรักษาสิทธิประโยชน์ของผู้ถือหุ้นอย่างเต็มที่

2.  ความเท่าเทียมกันของผู้ถือหุ้น  (The Equitable Treatment of Shareholders)
การสร้างความเท่าเทียมกันให้เกิดขึ้นกับผู้ถือหุ้นทุกรายทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่  ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย  ผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหาร นักลงทุนสถาบัน  หรือผู้ถือหุ้นต่างชาติ  เป็นเรื่องที่ อมตะ คำนึงถึงและพยายามสร้างเครื่องมือที่ช่วยให้เกิดความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง  โดยเฉพาะกับผู้ถือหุ้นส่วนน้อย  เช่น

    1. การกำหนดให้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมเป็นไปตามจำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นถืออยู่  โดยหนึ่งหุ้นมีสิทธิเท่ากับหนึ่งเสียง
    2. สำหรับการประชุมผู้ถือหุ้นนั้น บริษัทได้จัดทำหนังสือมอบฉันทะรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นกำหนดทิศทางการลงคะแนนได้ตามแบบที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด  และได้จัดส่งไปพร้อมกับหนังสือนัดประชุมผู้ถือหุ้น นอกจากนี้ บริษัทยังได้ให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นที่เข้าประชุมภายหลังจากได้เริ่มประชุมแล้ว มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนสำหรับวาระที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาและยังไม่ได้มีการลงมติ และนับเป็นองค์ประชุมตั้งแต่วาระที่ได้เข้าประชุมและออกเสียงเป็นต้นไป เว้นแต่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น
    3. บริษัทมีนโยบายที่จะไม่เพิ่มระเบียบวาระในที่ประชุมโดยผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารไม่ได้แจ้งให้ผู้ถือหุ้นอื่นทราบล่วงหน้า  เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้มีโอกาสศึกษาข้อมูลของระเบียบวาระการประชุมก่อนลงมติ
    4. ในวาระการเลือกตั้งกรรมการ  บริษัทได้ใช้วิธีเลือกกรรมการเป็นรายคน
    5. เพื่อความสะดวกของผู้ถือหุ้น บริษัทได้จัดให้มีการลงทะเบียนโดยใช้ระบบบาร์โค้ดที่แสดงถึงเลขทะเบียนของผู้ถือหุ้นแต่ละรายที่บริษัทได้จัดพิมพ์ไว้บนหนังสือมอบฉันทะ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับความสะดวกสบายในการประชุม และทำให้ขั้นตอนการลงทะเบียนเป็นไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ในการใช้สิทธิออกเสียงแต่ละวาระบริษัทได้ใช้วิธีเก็บบัตรลงคะแนนของผู้ถือหุ้นเพื่อนำมาคำนวณผลการลงคะแนนเสียงในแต่ละวาระ โดยเมื่อจบการประชุม  ผู้ถือหุ้นสามารถขอตรวจสอบความถูกต้องได้
    6. ในปี 2552 บริษัทจะเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นที่มีสัดส่วนการถือหุ้นขั้นต่ำไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.05   ของหุ้นบริษัทที่ชำระแล้วทั้งหมด ต่อเนื่องมาไม่น้อยกว่า 12 เดือน สามารถเสนอระเบียบวาระการประชุมในการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี รวมทั้งเสนอชื่อผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้าเป็นกรรมการระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์ - 23 มีนาคม 2552 ซึ่งได้ประกาศให้ทราบโดยผ่านช่องทางของ ตลท. และบนเว็บไซต์ของบริษัท โดยมีขั้นตอนและวิธีปฏิบัติที่ชัดเจนและโปร่งใส
    7. คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในโดยมิชอบ (Insider Trading) ของบุคคลที่เกี่ยวข้องซึ่งหมายถึง  คณะกรรมการผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ และพนักงานในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล  (รวมทั้งคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าว) ดังนี้
      1. ห้ามบุคคลที่เกี่ยวข้องทำการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทภายใน  2  สัปดาห์ก่อนมีการเปิดเผยงบการเงินรายไตรมาสและงบการเงินประจำปี และภายใน  24  ชั่วโมง  หลังการเปิดเผยงบการเงินดังกล่าว  (Blackout Period)
      2. ในกรณีที่ทราบข้อมูลใดๆ ที่ยังไม่เปิดเผยซึ่งอาจมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท  ต้องไม่ทำการซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทจนกว่าจะพ้นระยะเวลา  24  ชั่วโมง  นับแต่ได้มีการเปิดเผยข้อมูลนั้นสู่สาธารณะทั้งหมดแล้ว รวมทั้งห้ามมิให้ผู้บริหารหรือหน่วยงานที่ได้รับทราบข้อมูลภายในเปิดเผยข้อมูลภายในแก่บุคคลภายนอกหรือบุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้  เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้นำข้อมูลภายในไปใช้ในทางมิชอบ
      3. ในกรณีที่กรรมการบริษัทและผู้บริหาร ซึ่งหมายรวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจำนวนหุ้นที่ถืออยู่ จะต้องแจ้งรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหลักทรัพย์ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตามมาตรา 59 แห่ง พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2533 ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่ซื้อ ขาย โอน หรือรับโอน
    8. คณะกรรมการบริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์บนหลักการที่ว่า การตัดสินใจใดๆ ของบุคลากรทุกระดับในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ ต้องทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ เท่า นั้น และถือเป็นหน้าที่ของบุคลากรทุกระดับที่จะหลีกเลี่ยงการมีส่วนเกี่ยวข้องทางการเงิน และ/ หรือความสัมพันธ์กับบุคคลภายนอกอื่นๆ ซึ่งจะส่งผลให้บริษัทฯ ต้องเสียผลประโยชน์ หรือก่อให้เกิดความขัดแย้งในด้านผลประโยชน์ หรือขัดขวางการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยกำหนดให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวโยงกับรายการที่พิจารณา ต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบถึงความสัมพันธ์หรือการเกี่ยวโยงของตนในรายการดังกล่าว และต้องไม่เข้าร่วมการพิจารณาตัดสิน รวมถึงไม่มีอำนาจอนุมัติในธุรกรรมนั้นๆ และในการอนุมัติใดๆ สำหรับกรณีดังกล่าวต้องยึดถือหลักการไม่ให้มีการกำหนดเงื่อนไขหรือข้อกำหนดพิเศษจากปกต
    9. บริษัทกำหนดให้กรรมการและผู้บริหารรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทในการประชุม  คณะกรรมการบริษัททุกครั้ง 

           คณะกรรมการตรวจสอบจะนำเสนอคณะกรรมการบริษัท เกี่ยวกับรายการที่เกี่ยวโยงกัน และรายการที่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งได้มีการพิจารณาความเหมาะสมอย่างรอบคอบ และได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยกำหนดและมีการเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปี และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปีด้วย

3.  บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย  (The Role of Stakeholders)
บริษัทฯ ได้ให้ความสำคัญในการดูแลและคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งภายในและภายนอกบริษัท ตั้งแต่ลูกค้า ผู้ถือหุ้น และพนักงาน รวมทั้งความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนี้

    1. ผู้ถือหุ้น  บริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นตัวแทนที่ดีของผู้ถือหุ้นในการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใสโดยคำนึงถึงการเจริญ เติบโตของมูลค่าบริษัทในระยะยาว มีผลตอบแทนที่ดี และให้ข้อมูลข่าวสารแก่ทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน
    2. พนักงาน  บริษัทถือว่าพนักงานเป็นปัจจัยความสำเร็จของบริษัทฯ บริษัทฯ จะสนับสนุนพัฒนาความสามารถในการทำงานให้เป็นระดับมืออาชีพ ให้ความมั่นใจในคุณภาพชีวิตการทำงานอย่างเท่าเทียม เสมอภาค และได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสมเป็นธรรม
    3. คู่ค้า  บริษัทฯ จะสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและเอื้อประโยชน์ร่วมกันและปฏิบัติตาม เงื่อนไขต่างๆ ที่มีต่อคู่ค้าอย่างเคร่งครัด
    4. คู่แข่ง บริษัทฯ จะปฏิบัติตามกรอบกติกาของการแข่งขันที่ดี ไม่ทำลายชื่อเสียงของคู่แข่งทางการค้าด้วยการกล่าวหาในทางร้ายโดยปราศจากซึ่งมูลความจริง
    5. เจ้าหนี้  บริษัทฯ จะรักษาและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่มีต่อเจ้าหนี้อย่างเคร่งครัด
    6. ลูกค้า   บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจและความมั่นใจให้กับลูกค้า เพื่อให้ได้รับผลิตภัณฑ์และการบริการที่ดี มีคุณภาพในระดับราคาที่เหมาะสม
    7. ชุมชนและสังคม  บริษัทฯ ตระหนักและห่วงใยถึงความปลอดภัยของสังคม สิ่งแวดล้อม และคุณภาพสังคม ชีวิตของชุมชน รวมทั้งให้ความสำคัญต่อกิจกรรมของชุมชนและสังคมอย่างสม่ำเสมอ โดยปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของกฎหมายและกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด
    8. สิ่งแวดล้อม  ธุรกิจหลักของบริษัทคือการพัฒนาและขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมที่ได้จัดให้มีสาธารณูปโภคที่มีคุณภาพและเพียงพอสำหรับลูกค้าซึ่งจะสร้างโรงงาน ประโยชน์หลักของนิคมอุตสาหกรรมคือการรวบรวมโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ มาอยู่รวมกันเพื่อความสะดวกและประหยัดในการควบคุมและบำบัดมลภาวะ ดังนั้นการควบคุมมลภาวะจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการนิคมอุตสาหกรรม  บริษัทฯ ได้จัดการดูแลและรักษาสภาวะแวดล้อมอย่างดีโดยได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001 จากสถาบัน TUV Anlagentechnik GmbH ทั้งที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะนครและนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้  ตั้งแต่เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2543  นอกจากนี้ บริษัทฯยังได้ปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับพนักงานทุกคน โดยเริ่มจากสิ่งใกล้ตัวเช่นลดการใช้พลังงานอย่างไม่จำเป็น ดับไฟฟ้าเวลาพักเที่ยง เปิดเครื่องปรับอากาศเมื่อใช้ ทั้งส่งเสริมให้ดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศหรือภาวะโลกร้อน 
    9. ช่องทางในการติดต่อคณะกรรมการ ผู้มีส่วนได้เสียสามารถแสดงความเห็นผ่านช่องทางการสื่อสารกับคณะกรรมการเพื่อให้ข้อแนะนำอันเป็นประโยชน์ และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับบริษัทได้   ดังนี้

จดหมายอิเลคโทรนิกส์

ir@amata.com

จดหมายธรรมดา

คณะกรรมการบริษัท
บริษัท  อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)
2126 อาคารกรมดิษฐ์   ถนนเพชรบุรีตัดใหม่
ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320

                                    เลขานุการบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบในการรับจดหมายดังกล่าวและส่งให้คณะกรรมการชุดย่อยหรือกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อมูล โดยคำร้องเกี่ยวกับรายงานทางบัญชีและการเงิน  การควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง การปฏิบัติตามกฎหมายจะได้รับการส่งต่อให้คณะกรรมการตรวจสอบ

4.  การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส  (Disclosure and Transparency)
นอกเหนือไปจากการเปิดเผยรายงานทางการเงินหรือสารสนเทศอื่นๆ ต่อสาธารณะผ่านช่องทางต่างๆ  ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด  ครบถ้วน  และตรงเวลาแล้วนั้น บริษัทยังได้เปิดเผยข้อมูลต่อไปนี้เพื่อแสดงถึงความโปร่งใสในการดำเนินธุรกิจ  คือ

  1. เปิดเผยข้อมูลการเงินและข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา
  2. จัดทำรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงินและแสดงไว้คู่กับรายงานผู้สอบบัญชี   ในรายงานประจำปี
  3. กำหนดให้กรรมการและผู้บริหารต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับส่วนได้เสียของตนและผู้เกี่ยวข้องในกรณีที่มีส่วน    ได้เสียเกี่ยวข้องกับบริษัท
  4. เปิดเผยโครงสร้างการดำเนินงานและการลงทุนในบริษัทย่อย และบริษัทร่วม อย่างชัดเจน
  5. เปิดเผยข้อมูลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการชุดต่างๆ  เช่น  จำนวนครั้งการเข้าประชุม
  6. เปิดเผยนโยบายการจ่ายค่าตอบแทนแก่กรรมการ ซึ่งเป็นไปตามมติที่ได้รับการอนุมัติจากการประชุมผู้ถือหุ้นแล้ว ทั้งนี้รายละเอียดค่าตอบแทนกรรมการ ได้เปิดเผยข้อมูลไว้ในหัวข้อ ค่าตอบแทนกรรมการ
  7. รายงานของคณะกรรมการตรวจสอบซึ่งทำหน้าที่สอบทานรายงานทางการเงิน และนำเสนอรายงานทางการเงินต่อคณะกรรมการบริษัทฯ โดยคณะกรรมการบริษัทฯเป็นผู้รับผิดชอบต่องบการเงินเฉพาะบริษัท งบการเงินรวมของบริษัท และบริษัทย่อย งบการเงินดังกล่าวจัดทำขึ้นตามมาตรฐานการบัญชี รับรองและตรวจสอบโดย นายณรงค์ พันตาวงษ์ ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต บริษัท สำนักงาน เอินส์ท แอนด์ ยัง จำกัด มีการเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญ ทั้งข้อมูลทางการเงิน  และไม่ใช่การเงิน  ดำเนินการบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วนและสม่ำเสมอ
  8. เปิดเผยนโยบายการดูแลสิ่งแวดล้อม และสังคม รวมทั้งผลการปฏิบัติงานตามนโยบาย
  9. เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถซักถามข้อสงสัยต่างๆ  ผ่านหน่วยงานนักลงทุนสัมพันธ์ ในปี 2551 บริษัทเข้าร่วม Conference ซึ่งจัดโดยสถาบันต่างๆ รวมทั้งนักวิเคราะห์ นักลงทุนและผู้เกี่ยวข้องสามารถทำการนัดหมาย (Company Visit) เข้าพบผู้บริหารของบริษัทฯ เพื่อสอบถามข้อมูลและความคืบหน้าการดำเนินกิจการต่างๆ ดังนี้

Road show

9

ครั้ง

เข้าร่วม  (Opportunity Day)

4

ครั้ง

Company Visit/ Conference Call

104

ครั้ง

ทั้งนี้  ข้อมูลต่างๆ  เหล่านี้นอกจากจะได้เปิดเผยสู่สาธารณะผ่านทางสำนักงาน  ก.ล.ต.  หรือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยแล้ว  ยังได้เปิดเผยทางเว็บไซด์ของ บริษัท ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษอีกด้วย

 

 

5.  ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ โครงสร้าง และคณะอนุกรรมการต่างๆ (The Responsibilities of the Board, Structure, and the Subcommittees)
โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยบุคคลซึ่งมีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ  โดยเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายของบริษัท  ร่วมกับผู้บริหารระดับสูงวางแผนการดำเนินงานทั้งระยะสั้น  ระยะยาว  ตลอดจนกำหนดนโยบายการเงิน  การบริหารความเสี่ยง  และภาพรวมขององค์กร  มีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแล  ตรวจสอบ  และประเมินผลการดำเนินงานของบริษัทและผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับสูงให้เป็นไปตามแผนที่วางไว้อย่างเป็นอิสระ
ปัจจุบันคณะกรรมการบริษัทมีจำนวน 10 คน ประกอบด้วยกรรมการบริษัทที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน 1 คน  และกรรมการบริษัทที่มาจากฝ่ายบริหารจำนวน  3  คน  และมีกรรมการที่มีคุณสมบัติเป็นอิสระจำนวน  6  คน  ตามหลักเกณฑ์ของบริษัทและ  ก.ล.ต.  กำหนด
นอกจากนี้  คณะกรรมการบริษัทยังได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดต่างๆ  ได้แก่ คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ  และคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน    เพื่อปฏิบัติหน้าที่เฉพาะเรื่องและเสนอเรื่องให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาหรือรับทราบ 
บริษัทได้แบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัท  กับผู้บริหารระดับสูงอย่างชัดเจนโดยกรรมการบริษัททำหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและกำกับดูแลการดำเนินงานของผู้บริหารระดับสูงในระดับนโยบาย  ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงทำหน้าที่บริหารงานของบริษัทในด้านต่างๆ  ให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนด  ดังนั้นประธานกรรมการบริษัท  และประธานเจ้าหน้าที่บริหารจึงเป็นบุคคลคนละคนกัน


การสรรหากรรมการบริษัท
คณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนมีหน้าที่สรรหาบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการแทนกรรมการที่ครบกำหนดออกตามวาระหรือในกรณีอื่นๆ  เสนอต่อคณะกรรมการบริษัท  เพื่อพิจารณาบุคคลที่จะได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการเลือกตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นต่อไป  โดยคณะกรรมการสรรหาฯคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิและมีความเชี่ยวชาญจากหลากหลายอาชีพมีภาวะผู้นำ  วิสัยทัศน์กว้างไกล  เป็นผู้มีคุณธรรมและจริยธรรมมีประวัติการทำงานโปร่งใสไม่ด่างพร้อย  รวมทั้งมีความสามารถในการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ
บริษัทไม่ได้กำหนดอายุของกรรมการบริษัทที่จะไม่ถูกเสนอชื่อเข้ารับการเลือกตั้งในวาระถัดไป  หรือจำนวนบริษัทที่กรรมการบริษัทแต่ละคนดำรงตำแหน่ง  เนื่องจากบริษัทมีความเชื่อว่าความสามารถทางธุรกิจและความเชี่ยวชาญในเรื่องต่างๆ  ของกรรมการบริษัทไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุหรือจำนวนบริษัทที่ดำรงตำแหน่ง  ตราบเท่าที่ยังมีความสามารถและอุทิศเวลาให้กับบริษัทได้อย่างเต็มที่  สามารถช่วยกำหนดนโยบาย  ให้คำปรึกษาในการแก้ไขปัญหาต่างๆ  ในการดำเนินธุรกิจได้ตามมาตรฐานที่บริษัทคาดหวังไว้  เช่นเดียวกับการกำหนดจำนวนวาระการดำรงตำแหน่งติดต่อกันสูงสุดของกรรมการบริษัท  เพราะบริษัทเชื่อว่าอำนาจในการตัดสินใจในการเลือกตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทนั้น  เป็นสิทธิของผู้ถือหุ้นโดยแท้ที่จะคัดเลือกบุคคลเข้าทำหน้าที่แทนตนในการกำหนดนโยบายและควบคุมบริษัทที่ตนเป็นเจ้าของ

การตรวจสอบภายใน
บริษัทฯให้ความสำคัญเกี่ยวกับความเหมาะสมและความพอเพียงของระบบควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน ในปีพ.ศ. 2551  บริษัทได้ว่าจ้างบริษัท ปรมา คอนซัลแต้นท์ จำกัด มาทำหน้าที่ตรวจสอบภายใน คณะกรรมการตรวจสอบได้ประชุมร่วมกับผู้สอบบัญชีภายนอกและ บริษัท ปรมา คอนซัลแต้นท์ จำกัด เพื่อขอทราบจุดอ่อนของระบบการควบคุมภายในที่มีอยู่   คณะกรรมการตรวจสอบได้ประชุมร่วมกับคณะกรรมการบริษัทและรายงานให้ทราบถึงความเหมาะสมและเพียงพอของระบบควบคุมภายใน
ในปี2551 คณะกรรมการตรวจสอบได้รายงานผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการทราบในการประชุมคณะกรรมการครั้งที่1/2009 เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2552 ว่า บริษัทและบริษัทย่อยมีระบบควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะสามารถป้องกันทรัพย์สินของบริษัทและบริษัทย่อยอันเกิดจากการนำไปใช้โดยมิชอบ และในรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2551 คณะกรรมการตรวจสอบไม่พบว่ามีการกระทำดังกล่าว


การบริหารความเสี่ยง

ในปี 2551 บริษัทได้เริ่มตั้งคณะทำงานบริหารความเสี่ยงโดยมีผู้บริหารของบริษัทฯและบริษัทย่อยกล่าวคือ  บริษัท อมตะซิตี้ จำกัด  บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ จำกัด บริษัท  อมตะ วอเตอร์ จำกัด และบริษัท อมตะ ซัมมิท เรดดี้ บิลท์ จำกัดรวมทั้งผู้จัดการฝ่ายบริหารความเสี่ยงเป็นสมาชิกและมีประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเป็นประธานในที่ประชุม ประชุม 2 ครั้งต่อเดือน โดยแต่ละฝ่ายรวบรวมความเสี่ยงของฝ่ายตนเอง ในที่ประชุมจะจัดลำดับความเสี่ยงที่จะบริหาร และร่วมกันบริหารหรือป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น


การดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน
บริษัทปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของ ก.ล.ต.  และตลาดหลักทรัพย์ฯ อย่างเคร่งครัด  โดยคณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญในเรื่องการจัดการเกี่ยวกับความขัดแย้งของผลประโยชน์ของผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ  เป็นธรรม  และโปร่งใส  หากมีรายการที่เกี่ยวโยงกัน  จะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ  เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวอย่างชัดเจนและทันเวลาเพื่อผลประโยชน์ของ บริษัทโดยรวมเป็นสำคัญ
บริษัทจะปกป้องความลับของลูกค้าและของผู้ถือหุ้น  รักษาความเชื่อถือของลูกค้า    โดยให้ความมั่นใจว่าจะรักษาความลับทางธุรกิจของลูกค้า นอกจากว่าจะได้รับความยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลได้  บริษัทฯ ได้นำเอาระบบอีเลคโทรนิคส์มาใช้ในการสื่อสารภายใน เพื่อเป็นการประหยัดและเพิ่มประสิทธิภาพ ได้มีการกำหนดมาตรการและกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ข้อมูลและเอกสารอย่างไม่ถูกต้อง  ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้แต่งตั้งบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้จัดทำรายชื่อของผู้ถือหุ้นในแต่ละเดือน การใช้ข้อมูลอย่างผิดกฎหมาย ไม่เหมาะสม และผิดจริยธรรม  หรือใช้ไม่ถูกต้องตามอำนาจหน้าที่ จะมีผลให้ถูกลงโทษตามกฎระเบียบของบริษัท นอกจากนี้ยังห้ามซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทในช่วงเวลาที่กำหนด (Blackout Period) ซึ่งนอกจากจะรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้นแล้วยังเป็นการป้องกันความขัดแย้งของผลประโยชน์อีกทางหนึ่งด้วย
บริษัท มีโครงสร้างการถือหุ้นชัดเจน  โปร่งใส  ไม่มีการถือหุ้นไขว้กันกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่  จึงทำให้ไม่มีความขัดแย้งของผลประโยชน์  นอกจากนี้  ยังแบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบอย่างชัดเจนระหว่างคณะกรรมการบริษัท  ฝ่ายบริหาร  และผู้ถือหุ้น จึงปราศจากปัญหาการก้าวก่ายหน้าที่ความรับผิดชอบ  ในกรณีที่กรรมการบริษัทหรือผู้บริหารคนหนึ่งคนใดมีส่วนได้ส่วนเสียกับผลประโยชน์ในเรื่องที่กำลังพิจารณา  ก็จะไม่เข้าร่วมประชุมหรืองดออกเสียง  เพื่อให้การตัดสินใจของคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหารเป็นไปอย่างยุติธรรม  เพื่อผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นอย่างแท้จริง
บริษัทเปิดเผยโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท  ไว้ในรายงานประจำปีอย่างชัดเจน  รวมทั้งเปิดเผยการถือหุ้นสามัญในบริษัทของคณะกรรมการบริษัทอย่างครบถ้วน


การประชุมคณะกรรมการบริษัท
ถือเป็นหน้าที่สำคัญในฐานะกรรมการบริษัทที่ต้องเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ  เพื่อรับทราบและร่วมกันตัดสินใจในการดำเนินธุรกิจของบริษัท  โดยในแต่ละปีจะมีการจัดประชุมอย่างน้อย  5  ครั้ง  แต่ละครั้งจะมีการกำหนดวาระการประชุมล่วงหน้าไว้ชัดเจน  และอาจมีการประชุมครั้งพิเศษเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาเรื่องที่มีความสำคัญเร่งด่วน
ในการประชุม  ประธานกรรมการบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  เป็นผู้ร่วมกันกำหนดวาระการประชุมและพิจารณาเรื่องเข้าวาระการประชุมคณะกรรมการบริษัทโดยเปิดโอกาสให้กรรมการแต่ละคนสามารถเสนอเรื่องต่างๆ  เพื่อเข้ารับการพิจารณาเป็นวาระการประชุมได้
ในปี  2551  ได้มีการประชุมคณะกรรมการจำนวน  6  ครั้ง  แบ่งเป็นการประชุมที่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้าทั้งหมด  ทั้งนี้  ในการประชุมแต่ละครั้งบริษัทได้จัดส่งเอกสารประกอบวาระประชุมล่วงหน้าเพื่อให้กรรมการบริษัทมีเวลาที่จะศึกษาข้อมูลในเรื่องต่างๆ อย่างเพียงพอ
ในการพิจารณาเรื่องต่างๆ  ประธานกรรมการบริษัทซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้กรรมการแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ  ทั้งนี้  ในการลงมติให้ถือตามเสียงข้างมาก  โดยให้กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งเสียง  และกรรมการที่มีส่วนได้เสียจะไม่เข้าร่วมประชุมและ/หรือไม่ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในเรื่องนั้น  ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ประธานในที่ประชุมจะออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเพื่อเป็นเสียงชี้ขาด
ในการประชุมคณะกรรมการบริษัท  ผู้บริหารระดับสูงได้เข้าร่วมด้วยเพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์และรับทราบนโยบายโดยตรง  เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ เว้นแต่ในบางวาระที่ประชุมเฉพาะคณะกรรมการบริษัทหรือเฉพาะคณะกรรมการบริษัทที่ไม่เป็นผู้บริหาร  ทั้งนี้ เพื่อความเป็นอิสระในการพิจารณาเรื่องต่างๆ ของคณะกรรมการ
เมื่อสิ้นสุดการประชุม  เลขานุการบริษัทเป็นผู้ที่มีหน้าที่จัดทำรายงานการประชุม  และจัดส่งให้ประธานกรรมการบริษัทพิจารณาลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องโดยเสนอให้ที่ประชุมรับรองในวาระแรกของการประชุมครั้งถัดไป  ทั้งนี้ กรรมการบริษัทสามารถแสดงความคิดเห็นขอแก้ไขเพิ่มเติมรายงานการประชุมให้มีความละเอียดถูกต้องมากที่สุดได้
รายงานการประชุมที่ที่ประชุมรับรองแล้วจะถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบในรูปแบบของเอกสารชั้นความลับของบริษัท ณ สำนักงานบริษัท  และจัดเก็บในรูปแบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมกับเอกสารแนบประกอบวาระการประชุมต่างๆ เพื่อสะดวกในการสืบค้นอ้างอิง


เลขานุการบริษัท
คณะกรรมการได้มีมติแต่งตั้งนางวราภรณ์ วัชรานุเคราะห์ เป็นเลขานุการบริษัท เพื่อทำหน้าที่จัดการประชุมคณะกรรมการบริษัท คณะอนุกรรมการชุดต่างๆ และการประชุมผู้ถือหุ้น รวมทั้งจัดทำรายงานการประชุมคณะกรรมการ รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น รายงานประจำปี ตลอดจนจัดเก็บเอกสารตามที่กฎหมายกำหนด โดยเลขานุการบริษัทที่คณะกรรมการแต่งตั้งขึ้นเป็นผู้ที่คณะกรรมการเห็นว่ามีความเหมาะสมมีความรู้ความสามารถในการบริหารงานเลขานุการบริษัท


ค่าตอบแทนคณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร

บริษัทให้ค่าตอบแทนที่เหมาะสมแก่คณะกรรมการบริษัทและผู้บริหาร  โดยบริษัทได้มีการเสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อจ่ายค่าตอบแทนให้แก่คณะกรรมการบริษัทโดยจำนวนเงินที่จ่ายจะพิจารณาจากความเหมาะสมในการทำหน้าที่กรรมการ  ส่วนค่าตอบแทนผู้บริหารคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้พิจารณาจากหน้าที่ความรับผิดชอบและผลการปฏิบัติงานของแต่ละคนประกอบกับผลการดำเนินงานของบริษัท
นอกจากค่าตอบแทนตามปกติแล้ว บริษัทฯ ยังจ่ายค่าตอบแทนพิเศษให้แก่ผู้บริหารโดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงานและผลการดำเนินงาน  ซึ่งวิธีการจ่ายค่าตอบแทนที่บริษัทปฏิบัติอยู่นี้สอดคล้องกับผลการปฏิบัติงานของพนักงานและสะท้อนถึงผลการดำเนินงานของบริษัท อย่างแท้จริง
สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับค่าตอบแทนกรรมการบริษัทส่วนที่เป็นค่าตอบแทนรายเดือน เบี้ยประชุมและโบนัส  ซึ่งได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น  รวมทั้งค่าตอบแทนในฐานะอนุกรรมการเฉพาะเรื่องของปี  2551


การพัฒนาความรู้
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของคณะกรรมการชุดต่างๆ  บริษัทสนับสนุนให้คณะกรรมการบริษัท  และผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมสัมมนาหลักสูตรที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่  รวมทั้งพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคณะกรรมการบริษัท  และผู้บริหารระดับสูงขององค์กรต่างๆ อยู่เสมอ  ทั้งหลักสูตรที่จัดโดยหน่วยงานที่ดูแลการฝึกอบรมพนักงานของบริษัท  และหลักสูตรที่จัดโดยหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ  หรือองค์กรอิสระ  เช่น  หลักสูตรกรรมการบริษัทของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทยที่สำนักงาน ก.ล.ต.  กำหนดให้กรรมการของบริษัทจดทะเบียนต้องผ่านการอบรมอย่างน้อยหนึ่งหลักสูตร  ซึ่งได้แก่  Directors Certification Program (DCP), Directors Accreditation Program (DAP) และ Audit Committee Program (ACP) ทั้งนี้  เพื่อนำความรู้และประสบการณ์มาพัฒนา บริษัทต่อไป
ในด้านการสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทนั้น  บริษัทมีเลขานุการบริษัททำหน้าที่ประสานงานระหว่างกรรมการบริษัทและผู้บริหารระดับสูงและทำหน้าที่ดูแลประสานงานด้านกฎหมาย  กฎเกณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง  รวมทั้งดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการบริษัท  ดำเนินการประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการบริษัท



Copyright © 2009 Amata Corporation PCL.