การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ

ความเสี่ยง โอกาส
ในการดำเนินธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมนั้น มีความเกี่ยวข้องกับกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับจำนวนมาก เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ทั้งทางตรงและทางอ้อม บริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียจึงต่างให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับในทุกด้าน การดำเนินงานที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ทั้งของบริษัทฯ เอง หรือของคู่ค้าผู้รับเหมาของบริษัทฯ อาจนำมาซึ่งความเสียหายทางการเงินและความเสียหายต่อชื่อเสียงของบริษัทฯ ตลอดจนความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้เสีย และการยอมรับของสังคมและชุมชนโดยรอบให้สามารถประกอบกิจการและเติบโตได้ในอนาคต ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ ระเบียบข้อบังคับรวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม และธุรกิจเกี่ยวเนื่องมีความหลากหลาย และเข้มงวดมากขึ้น ทำให้ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ (compliance risk) เป็นหนึ่งในประเด็นความเสี่ยงขององค์กรที่ต้องมีการบริหารจัดการอย่างรอบคอบ การปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง จะทำให้บริษัทฯ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างโปร่งใส เป็นที่น่าเชื่อถือ และได้รับความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้เสีย การติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและธุรกิจเกี่ยวเนื่องอย่างใกล้ชิด จะทำให้บริษัทฯ สามารถเตรียมตัวเพื่อรับมือกับกฎหมายใหม่ที่เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงรูปแบบความต้องการของลูกค้าที่มีผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายข้อบังคับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทำให้บริษัทฯ สามารถปรับตัวและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้ทันท่วงที

แนวทางการบริหารจัดการ

เพื่อให้บริษัทฯ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างสอดคล้องและถูกต้องตามกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ บริษัทฯ ได้มีแนวทางการบริหารจัดการโดยยึดตามกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ดังนี้

1. ระบุประเด็นความเสี่ยง (Risk Identification)

วิเคราะห์และระบุประเด็นความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ โดยอ้างอิงตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับในแต่ละพื้นที่หรือประเทศที่บริษัทฯ เข้าไปดำเนินกิจการ

2. การบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management)

ประเมินความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบข้อบังคับ หรือมาตรฐานสากลต่าง ๆ และกำหนดมาตรการเพื่อจัดการความเสี่ยง ได้แก่ การมอบหมายฝ่ายกฎหมายและฝ่ายที่ติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐเป็นผู้ติดตามการเปลี่ยนแปลงข้อกฎหมายและระเบียบข้อบังคับในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้บริษัทฯ ได้สื่อสารกับพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น การอบรม การประชุม อีเมล อินทราเน็ต เพื่อส่งเสริมให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียได้มีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายที่มีการเปลี่ยนแปลง และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

3. การกำกับดูแล (Compliance Monitoring)

ผู้บริหารของทุกหน่วยงานมีหน้าที่ในการกำกับดูแลให้พนักงานและผู้รับเหมาของบริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับทุกด้านอย่างเคร่งครัด มีการตรวจสอบและประเมินผลการดำเนินงานด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับด้วย

4. การรายงาน (Communication & Reporting)

ฝ่ายกฎหมายมีหน้าที่รวบรวมกรณีการละเมิดและผลการดำเนินงานด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ และรายงานต่อคณะผู้บริหาร คณะกรรมการการกำกับดูแลกิจการที่ดีและการพัฒนาอย่างยั่งยืน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบริษัท ตามลำดับ เพื่อรับทราบและกำหนดแนวทางในการปรับปรุงกลไกการกำกับดูแลกิจการที่ดียิ่งขึ้น และเปิดเผยผลการดำเนินงานในรายงานความยั่งยืนประจำปีต่อไป โดยบริษัทฯ ได้นิยามการละเมิดกฎหมายและข้อบังคับอย่างมีนัยสำคัญ หมายถึง การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่ทำให้มีโทษปรับมากกว่า 1 ล้านบาท หรือทำให้บริษัทฯ ถูกระงับใบอนุญาตประกอบกิจการ หรือ เกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้มีการทบทวนความเสี่ยงในกระบวนการบริหารความเสี่ยงองค์กร จากการประเมินพบว่ากฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มความเข้มงวดและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การกำหนดมาตรการด้านคาร์บอน รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายผังเมืองและการใช้ประโยชน์ที่ดิน นอกจากนี้ยังมีการยกระดับมาตรฐานการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนจากภาคสมัครใจสู่ภาคบังคับที่มีความซับซ้อนมากขึ้นในหลายประเทศ เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล รองรับทิศทางตลาดทุนโลก และความคาดหวังของนักลงทุน ความแตกต่างของกฎหมายและข้อกำหนดในแต่ละพื้นที่ดำเนินงานอาจก่อให้เกิดความท้าทายต่อบริษัทฯ ในการติดตาม ปรับตัว และปฏิบัติตามข้อกำหนดได้อย่างครบถ้วน ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านการปฏิบัติที่ไม่สอดคล้องกับกฎหมายข้อบังคับและความเสี่ยงด้านชื่อเสียง ที่อาจส่งผลกระทบทางการเงิน อาทิ ต้นทุนในการปรับระบบงานและกระบวนการดำเนินงาน ความล่าช้าในการพัฒนาโครงการ หรือข้อจำกัดในการเข้าถึงตลาดและแหล่งเงินทุน

เพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าว บริษัทฯ ได้กำหนดให้ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับเป็นความเสี่ยงระดับองค์กร โดยให้มีการกำกับดูแลและติดตามความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับอย่างเป็นระบบ ตลอดจนให้มีการประเมินและวิเคราะห์ผลกระทบด้านกฎหมายและระเบียบข้อบังคับก่อนการตัดสินใจลงทุนหรือพัฒนาโครงการใหม่ บริษัทฯ มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหน้าที่รับผิดชอบในการติดตามการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายทุกประเภทอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งตรวจสอบการดำเนินงานอย่างรอบด้านเพื่อให้การดำเนินงานและการขยายธุรกิจของบริษัทฯ เป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส โดยมีการรายงานสถานะความเสี่ยงและผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ติดตามสอดส่องดูแลการดำเนินงานของผู้เช่าและโรงงานผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมอมตะทั้งสองแห่ง ให้เป็นไปตามข้อบังคับของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและกฎระเบียบของนิคมอุตสาหกรรม เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลกระทบเชิงลบต่อชุมชนและผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องด้วย พร้อมทั้งจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการที่จะช่วยสนับสนุนการดำเนินงานของ ผู้เช่า และโรงงานผู้ประกอบการให้สามารถตอบสนองต่อนโยบายของภาครัฐหรือระเบียบข้อบังคับในระดับพหุภาคีระหว่างประเทศได้

ร่วมสร้างอนาคตไปกับอมตะ

ส่งอีเมลล์ติดต่อมาที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
+66
Search
    Attach Your CV *
    Browse Files No file chosen

    Accept our Recruitment Privacy Policy Notice

    ร่วมสร้างอนาคต
    ไปกับอมตะ

    ร่วมสร้างอนาคต
    ไปกับอมตะ

    ติดต่อเราเพิ่มเติม

    ประเทศไทย
    +66 38 939 007
    เวียดนาม

    +84 251 3991 007 (ใต้)
    +84 203 3567 007 (เหนือ)

    พม่า

    +95 1 230 5627

    ลาว

    (+856) 21 810007
    (+856) 20 5710007 (ภาษาจีน)
    (+856) 20 57550007 (ภาษาอังกฤษ)