| ความเสี่ยง | โอกาส |
|---|---|
| การบริหารความเสี่ยงที่ไม่มีประสิทธิภาพอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อบริษัทฯ ทั้งด้านการเงิน ชื่อเสียง และความเชื่อมั่น ตลอดจนความสามารถในการดำเนินธุรกิจในระยะยาว นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงสุขภาพและความปลอดภัยของผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งส่งผลต่อความไว้วางใจในบริษัทฯ และนำไปสู่การต่อต้านหรืออุปสรรคในการขยายธุรกิจในอนาคต | การบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทฯ เติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน โดยเสริมสร้างความสามารถในการมองเห็นและตอบสนอง (Sense and Response) ต่อความเสี่ยงและโอกาสต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความไม่แน่นอนและการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังช่วยให้บริษัทฯ สามารถมองเห็นโอกาสทางธุรกิจที่อาจเกิดขึ้นจากการบริหารความเสี่ยงได้อีกด้วย |
การบริหารจัดการความเสี่ยงของบริษัทฯ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริษัท โดยมีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (Risk Management Committee) ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย และแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ และกำกับดูแลการทำงานของคณะทำงานบริหารความเสี่ยงองค์กร ให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจในสถานการณ์ปัจจุบัน คณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยกรรมการอิสระจำนวน 2 คน กรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวน 2 คน และผู้บริหารระดับสูง จำนวน 4 คน รวมทั้งหมด 8 คน โดยมีกรรมการอิสระเป็นประธานและรองประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง (รายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงปรากฏในแบบแสดงข้อมูลประจำปี / รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report) หัวข้อ “โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ และ นโยบายและแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาส”)
และเพื่อให้บริษัทฯ สามารถดำเนินงานด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงได้ครอบคลุมทั้งองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อนโยบายหลักของบริษัทฯ ด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงและภาวะวิกฤต คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงจึงได้แต่งตั้งคณะทำงานบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management Working Committee) ซึ่งประกอบด้วยผู้บริหารและตัวแทนจากฝ่ายต่าง ๆ และกรรมการผู้จัดการบริษัทย่อย จำนวนรวม 24 คน โดยมีประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน เป็นประธาน คณะทำงานบริหารความเสี่ยงองค์กรมีหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนี้
บริษัทฯ กำหนดให้การบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นความรับผิดชอบของพนักงานในทุกระดับ ที่ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่มีในห่วงโซ่ธุรกิจขององค์กร และในขั้นตอนการปฏิบัติงานในหน่วยงานของตน โดยมีการบริหารจัดการความเสี่ยงด้วยวิธีการที่เหมาะสมและเพียงพอ ดังนั้น ทุกฝ่ายภายในบริษัทฯ และบริษัทย่อยจึงได้กำหนดให้มีผู้แทนที่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ประสานงานความเสี่ยงในระดับปฏิบัติการ ทำงานร่วมกับคณะทำงานบริหารความเสี่ยงองค์กรในการระบุความเสี่ยงและจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงและติดตามผล โดยมีฝ่ายกลยุทธ์และการบริหารความเสี่ยงองค์กรเป็นผู้สนับสนุนและช่วยเหลือ ตลอดจนส่งเสริมให้พนักงานในแต่ละฝ่ายและบริษัทย่อยตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารจัดการความเสี่ยงและมีส่วนร่วมในการจัดการความเสี่ยงในส่วนงานรับผิดชอบของตนเอง
แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยง
บริษัทฯ กำหนดให้มีกระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงองค์กรที่เป็นไปตามมาตรฐานที่ดีตามแนวปฏิบัติสากล เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบกับการดำเนินงานของกลุ่มอมตะได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการพัฒนาและปฏิบัติงานด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรไปในทิศทางเดียวกัน โดยนำระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงมาเป็นส่วนหนึ่งในการตัดสินใจ การวางแผนกลยุทธ์ แผนงาน และการดำเนินงานของบริษัทฯ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายตามกลยุทธ์ที่กำหนดไว้
บริษัทฯ ได้กำหนด "นโยบายบริหารความเสี่ยง" โดยได้นำกรอบการบริหารความเสี่ยงของ The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission (COSO) ทั้ง version COSO ERM 2017 (Enterprise Risk Management - Integrating with Strategy and Performance) และ COSO ESG 2018 (Enterprise Risk Management – Applying enterprise risk management to environmental, social, and governance-related risks) มาใช้เป็นแนวทางในการบริหารความเสี่ยงขององค์กร โดยปรับให้เหมาะสมกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อให้มีการบริหารความเสี่ยงในทุกระดับและเชื่อมโยงทั่วทั้งองค์กร ซึ่งนอกเหนือจากความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจโดยตรงแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG-related Risks) ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของบริษัทฯ ในระยะยาวด้วย โดยมีนายสัทธา วนลาภพัฒนา รักษาการประธานเจ้าหน้าที่กลยุทธ์และผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้มีหน้าที่รับผิดชอบการดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร
บริษัทฯ ทำการทบทวนและประเมินความเสี่ยงองค์กรเป็นประจำทุกปี โดยพิจารณาทบทวนประเด็นความเสี่ยงที่มีอยู่ในปัจจุบัน และระบุประเด็นความเสี่ยงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต จากภาวะเศรษฐกิจ การแข่งขันของธุรกิจ การพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ นโยบายและกฎระเบียบของรัฐ การเปลี่ยนแปลงของสังคมและสิ่งแวดล้อม ที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ บริษัทฯ ได้นำประเด็นต่าง ๆ มาวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง เพื่อจัดทำแผนบริหารจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม และกำหนดตัวชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicator: KRI) และค่าความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (risk appetite) เพื่อติดตามผลการจัดการความเสี่ยงและประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมความเสี่ยง ตลอดจนพิจารณาโอกาสทางธุรกิจจากปัจจัยความเสี่ยงต่าง ๆ เหล่านี้ และได้มอบหมายให้หน่วยงานเจ้าของความเสี่ยงระดับองค์กรจัดทำแผนการบริหารจัดการความเสี่ยงดังกล่าวพร้อมกับกำหนดตัวชี้วัดด้านความเสี่ยง
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการจัดการความเสี่ยงเชิงบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงาน จึงสนับสนุนและส่งเสริมความร่วมมือในการจัดการความเสี่ยงเชิงรุก (collaborative proactive risk management) ในแต่ละความเสี่ยงองค์กร เพื่อนำไปสู่การพัฒนาแผนการจัดการลดผลกระทบความเสี่ยงที่ได้รับมุมมองอย่างรอบด้าน และคำนึงถึงผลกระทบของทุกภาคส่วน นอกจากนี้ บริษัทฯ จัดให้มีการสอบทานกระบวนการบริหารความเสี่ยงโดยสำนักงานตรวจสอบภายในจากภายนอก (outsourced internal auditor) เพื่อให้มั่นใจว่า บริษัทฯ มีการดำเนินการด้านบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ เหมาะสม และเพียงพอ ตลอดจนให้ข้อเสนอแนะและเสนอความเห็นเกี่ยวกับผลการตรวจสอบภายในต่อฝ่ายบริหารและคณะกรรมการตรวจสอบเป็นประจำ โดยมีนางสาวเด่นดาว โกมลเมศ ประธานเจ้าหน้าที่การเงินและกรรมการบริหารความเสี่ยง เป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินงานของสำนักงานตรวจสอบภายใน
คณะทำงานบริหารความเสี่ยงองค์กรติดตามผลการตอบสนองต่อความเสี่ยงและติดตามสถานการณ์ที่เป็นสาเหตุของความเสี่ยง และรายงานผลสรุปในที่ประชุมคณะผู้บริหาร (Management Meeting) ซึ่งประกอบด้วยประธานกรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่ทุกคน และกรรมการผู้จัดการบริษัทย่อย และรายงานให้คณะกรรมการบริษัททราบต่อไป
นอกจากนี้ บริษัทฯ ต้องการให้พนักงานมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการความเสี่ยงมากขึ้น เนื่องจากการบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานในทุกระดับ ดังนั้น บริษัทฯ จึงสร้างความตระหนักรู้และวัฒนธรรมองค์กรด้านการบริหารความเสี่ยงให้แก่พนักงานทุกระดับ โดยการให้ความรู้ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การฝึกอบรม เป็นต้น
ในปี 2568 บริษัทฯ ยังคงขยายการลงทุนในธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการย้ายฐานการผลิตและการลงทุนจากต่างประเทศ ภายใต้บริบทเศรษฐกิจและการเมืองโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การแข่งขันเชิงอุตสาหกรรมระหว่างประเทศมหาอำนาจ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่งผลต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทาน ราคาพลังงาน ต้นทุนโลจิสติกส์ อัตราแลกเปลี่ยน และความเชื่อมั่นในการลงทุน ตลอดจนความไม่แน่นอนของนโยบายการค้า มาตรการกีดกันทางการค้า และข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศที่นักลงทุนและผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน
บริษัทฯ จึงให้ความสำคัญกับการติดตาม เฝ้าระวัง และทบทวนความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นระบบภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management: ERM) ซึ่งในปี 2568 มีการดำเนินงานที่ครอบคลุมทุกบริษัทในกลุ่มอมตะ โดยพิจารณาปัจจัยภายนอกและภายในที่อาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบธุรกิจ ฐานะการเงิน ผลการดำเนินงาน และกระแสเงินสด อาทิ ความผันผวนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์โลก การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ต้นทุนพลังงาน และพัฒนาการด้านกฎระเบียบภายในประเทศและระหว่างประเทศ รวมถึงโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมและการลงทุนใหม่
คณะทำงานบริหารความเสี่ยงองค์กรได้จำแนกความเสี่ยงเป็น 5 ประเภท ได้แก่ ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (strategic risk) ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการ (operational risk) ความเสี่ยงด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับ (compliance risk) ความเสี่ยงด้านการเงิน (financial risk) และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (emerging risk) ซึ่งบริษัทฯ จัดทำแผนบริหารความเสี่ยงองค์กรครอบคลุมประเด็นสำคัญเชิงกลยุทธ์ทั้งหมด (ร้อยละ 100) และได้ทบทวนและปรับปรุงแผนบริหารความเสี่ยงองค์กรและตัวชี้วัดความเสี่ยง (key risk indicators: KRI) เป็นประจำทุกไตรมาส เพื่อติดตามและเฝ้าระวังการเกิดขึ้นของความเสี่ยงดังกล่าว
รายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงดังกล่าวปรากฏในแบบแสดงข้อมูลประจำปี / รายงานประจำปี (แบบ 56-1 One Report) หัวข้อ “ความเสี่ยงต่อการดำเนินธุรกิจทั้งในปัจจุบันและความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (emerging risks)”
จากการประเมินความเสี่ยงของบริษัทฯ พบว่า มีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ที่มีนัยสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ใน 3-5 ปีข้างหน้า จำนวน 1 ประเด็น ได้แก่ ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอุตสาหกรรมและห่วงโซ่อุปทาน แม้ว่าในปัจจุบันความเสี่ยงดังกล่าวอาจยังไม่ส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อผลการดำเนินงานของบริษัทฯ แต่แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของอุตสาหกรรมโลก เทคโนโลยี พลังงาน และห่วงโซ่อุปทาน กำลังเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว หากความเสี่ยงนี้เกิดขึ้นในระดับสูง จะส่งผลกระทบต่อรูปแบบความต้องการของลูกค้า โครงสร้างรายได้ และทิศทางการลงทุนของบริษัทฯ อย่างมีนัยสำคัญ บริษัทฯ จึงได้ยกระดับความเสี่ยงนี้เป็น ความเสี่ยงระดับองค์กร (Enterprise Risk) ที่ต้องติดตาม ประเมินสถานการณ์ และทบทวนระดับความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
บริษัทฯ ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลเชิงลึกจากผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมอมตะทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านการสัมภาษณ์และการติดตามแนวโน้มอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำมาวิเคราะห์ประกอบการกำหนดกลยุทธ์องค์กรและแผนพัฒนาธุรกิจ บริษัทฯ พบว่า การเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และโครงสร้างห่วงโซ่อุปทานโลก (industry transition, technological disruption and global supply chain realignment) กำลังเป็นปัจจัยสำคัญที่เปลี่ยนรูปแบบการตัดสินใจลงทุนของสถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมอย่างมีนัยสำคัญ โดยการเปลี่ยนผ่านจากอุตสาหกรรมดั้งเดิมไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่สนับสนุนเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เช่น การเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน สู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) การใช้พลังงานสะอาด การลดการปล่อยคาร์บอน และการนำระบบอัตโนมัติและดิจิทัลเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต ส่งผลให้โครงสร้างและความต้องการของห่วงโซ่อุปทานมีการปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงได้นำข้อมูลดังกล่าวมาประกอบการวางแผนพัฒนานิคมอุตสาหกรรม เพื่อให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้อย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับทิศทางอุตสาหกรรมในอนาคต
นอกจากนี้ การเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง รวมถึงอุตสาหกรรมที่มีการใช้พลังงานและทรัพยากรน้ำในปริมาณมาก ไม่เพียงเพิ่มความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานของนิคมอุตสาหกรรมให้มีความซับซ้อนและมีมาตรฐานที่สูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทั้งในมิติความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนผ่านจากแนวโน้มกฎระเบียบด้านคาร์บอนที่เข้มงวดขึ้น การกำหนดเป้าหมายด้านคาร์บอนของลูกค้าและนักลงทุนในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจเพิ่มต้นทุนการดำเนินงาน และกดดันให้ต้องเร่งการลงทุนในพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และมิติความเสี่ยงด้านกายภาพจากความผันผวนของสภาพภูมิอากาศที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของระบบพลังงานและทรัพยากรน้ำ รวมทั้งความเสี่ยงด้านความพร้อมของผลิตภัณฑ์และบริการที่ยั่งยืน ในกรณีที่โครงสร้างพื้นฐาน พลังงานสะอาด และการดำเนินการด้าน ESG ของบริษัทฯ ยังไม่สามารถตอบสนองต่อความคาดหวังของลูกค้าและนักลงทุนได้
การส่งเสริมวัฒนธรรมด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของผู้บริหารและพนักงานในการบริหารจัดการความเสี่ยงในองค์กร โดยเฉพาะการจัดการความเสี่ยงในหน้าที่และความรับผิดชอบในภารกิจปกติเป็นหลัก ทั้งนี้ เพราะต้องการให้ระบบบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามภารกิจปกติจนเกิดเป็นวัฒนธรรมองค์กรในที่สุด นอกจากผู้บริหารของแต่ละหน่วยงานและบริษัทย่อยที่เป็นผู้ขับเคลื่อนการบริหารจัดการความเสี่ยงในหน่วยงานนั้น ๆ แล้ว ยังมีพนักงานที่เป็นตัวแทนรับผิดชอบงานด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง ที่เข้าร่วมประชุมกับคณะทำงานบริหารความเสี่ยงองค์กร และนำไปถ่ายทอดให้แก่พนักงานในระดับปฏิบัติการต่อไป
ใในปี 2568 บริษัทฯ ได้กำหนดแนวทางดำเนินการเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงองค์กรให้กับพนักงานทุกระดับ สามารถจำแนกรูปแบบการดำเนินออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1) EDUCATE การสร้างความรู้ความเข้าใจ 2) PARTICIPATE การสร้างการมีส่วนร่วม 3) MANAGE การจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ และ 4) ENCOURAGE การบูรณาการการบริหารจัดการความเสี่ยงในการทำงาน
บริษัทฯ ตระหนักดีว่าความรู้ความเข้าใจของพนักงานทุกคนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการบริหารจัดการความเสี่ยงองค์กรมีประสิทธิภาพ และบรรลุตามวัตถุประสงค์ในการบริหารจัดการความเสี่ยง บริษัทฯ จึงได้จัดให้มีการอบรมเชิงปฏิบัติการ และการบรรยายพิเศษในหัวข้อที่เกี่ยวข้องในแต่ละความเสี่ยง โดยบริษัทฯ กำหนดให้มีการจัดการอบรม และการบรรยายพิเศษเป็นประจำต่อเนื่องทุกปี ผลการดำเนินงานในปี 2568 ได้แก่
การบริหารจัดการความเสี่ยงระดับองค์กร (Enterprise Risk Management) ของบริษัทฯ ใช้แนวทางของ The Committee of Sponsoring Organizations หรือ COSO โดยกำหนดให้มีการกำกับดูแลภายในอย่างเป็นระบบตามแนวทางการป้องกันความเสี่ยง 3 ระดับ (3 Lines of Defense) ประกอบด้วยหน่วยงานผู้รับผิดชอบความเสี่ยงเป็นผู้บริหารจัดการความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง (1st Line of Defense) หน่วยงานกลยุทธ์และการบริหารความเสี่ยงองค์กรเป็นผู้กำหนดแนวทางและมาตรฐานด้านการบริหารความเสี่ยง และติดตามดูแลการดำเนินงาน (2nd Line of Defense) และหน่วยงานตรวจสอบภายในเป็นผู้ตรวจสอบประสิทธิภาพของระบบบริหารความเสี่ยงขององค์กรโดยอิสระ (3rd Line of Defense)
บริษัทฯ ได้ยกระดับกระบวนการบริหารความเสี่ยงให้มีความรัดกุมและเชื่อมโยงกับกลยุทธ์มากยิ่งขึ้น โดยปรับปรุงเกณฑ์การประเมินความเสี่ยง (Risk Criteria) ให้บูรณาการทั้งตัวชี้วัดเชิงคาดการณ์ (Leading KRIs) และตัวชี้วัดเชิงผลลัพธ์ (Lagging KRIs) เข้ากับการประเมินโอกาสเกิด (Likelihood) และผลกระทบ (Impact) เพื่อเพิ่มความสามารถในการคาดการณ์และจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงอย่างแม่นยำ นอกจากนี้ ได้ทบทวนและปรับปรุงตัวชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicators: KRIs) ให้สอดคล้องกับบริบทความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลง รวมถึงการจัดทำแผนที่ความสัมพันธ์ของความเสี่ยง (Risk Correlation Map) เพื่อวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรทรัพยากร พร้อมทั้งยกระดับระบบติดตามและรายงานผลผ่านระบบรายงานสถานะความเสี่ยง (Risk Dashboard) ซึ่งทำให้ผู้บริหารและคณะกรรมการ สามารถติดตามสถานะความเสี่ยงและความคืบหน้าแผนจัดการได้อย่างชัดเจน สามารถนำไปใช้ประเมินประสิทธิภาพของแผนจัดการความเสี่ยง และประกอบการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้มีรายงานผลการดำเนินงานด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงต่อคณะผู้บริหารระดับสูง รวม 2 ครั้ง รายงานต่อคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงรวม 4 ครั้ง และ รายงานต่อคณะกรรมการบริษัทรวม 4 ครั้ง
จากการยกระดับกระบวนการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ บริษัทฯ ได้นำกรอบการประเมินความเสี่ยง เกณฑ์การวัดผล และเครื่องมือที่พัฒนาขึ้น ไปใช้ขับเคลื่อนการบริหารจัดการความเสี่ยงในเชิงปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยบูรณาการผลการประเมินความเสี่ยงเข้าสู่กระบวนการกำหนดเป้าหมาย แผนปฏิบัติงาน และตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน (Key Performance Indicators: KPIs) ของทุกหน่วยงาน เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานประจำวัน ไม่ใช่เพียงการติดตามและรายงานผลเป็นรอบระยะเวลา
บริษัทฯ ได้เชื่อมโยงตัวชี้วัดความเสี่ยง (Key Risk Indicators: KRIs) ทั้งเชิงคาดการณ์ (Leading KRIs) และเชิงผลลัพธ์ (Lagging KRIs) เข้ากับตัวชี้วัดผลการดำเนินงานระดับองค์กร (Corporate KPIs) และตัวชี้วัดผลการดำเนินงานของผู้บริหารและหน่วยงานอย่างเป็นระบบ ผ่าน Risk Dashboard ที่ได้รับการพัฒนาแล้ว ส่งผลให้หน่วยงานเจ้าของความเสี่ยง (Risk Owner) ต้องทบทวนสถานะความเสี่ยง มาตรการควบคุม และผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าและประเมินประสิทธิผลของแผนจัดการ เพื่อให้มั่นใจว่าสอดคล้องกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) ที่กำหนดไว้
ตัวอย่างการนำไปปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ การบริหารความเสี่ยงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการน้ำ ซึ่งได้กำหนดค่าความเสี่ยงที่ยอมรับได้ในระดับองค์กร อาทิ โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และอมตะซิตี้ ระยอง ต้องไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมจนต้องหยุดดำเนินการเกินระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงการกำหนดปริมาณน้ำดิบสำรองขั้นต่ำที่ต้องคงเหลือในแต่ละพื้นที่ จากการกำหนดตัวชี้วัดความเสี่ยงดังกล่าว หน่วยงานที่รับผิดชอบได้เชื่อมโยงตัวชี้วัดความเสี่ยงกับตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน เพื่อให้การติดตามสถานะความเสี่ยงและผลการดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และสนับสนุนการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุกในระดับหน่วยงานอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวอย่างเช่น การควบคุมระดับน้ำท่วมขังไม่ให้เกินเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนด และการรักษาปริมาณน้ำดิบสำรองให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าตลอดทั้งปี
นอกจากนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญในด้านการให้บริการที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าในนิคม และได้ยกระดับความเสี่ยงในด้านความพร้อมของผลิตภัณฑ์และบริการที่ยั่งยืนที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า เป็นความเสี่ยงระดับองค์กร บริษัทฯ จึงได้กำหนดระดับความพึงพอใจของลูกค้า ที่รวมถึงความพึงพอใจในผลิตภัณฑ์และบริการที่ยั่งยืนด้วย ให้เป็นตัวชี้วัดผลการดำเนินงานระดับองค์กรและเป็นตัวชี้วัดของหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ ฝ่ายขายของทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ในบริษัทฯ โดยมีเป้าหมายคะแนนความพึงพอใจของลูกค้าต้องมากกว่า 90%
การดำเนินงานดังกล่าวสะท้อนถึงการบูรณาการกระบวนการและเครื่องมือบริหารความเสี่ยงเข้ากับการกำกับดูแลและการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อย่างเป็นระบบ โดยเชื่อมโยงการบริหารความเสี่ยงเข้ากับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ การจัดสรรทรัพยากร และการติดตามผลการดำเนินงานในทุกระดับ ส่งผลให้การบริหารความเสี่ยงเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขัน ความยืดหยุ่นขององค์กร และการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืน
ร่วมสร้างอนาคตไปกับอมตะ
+84 251 3991 007 (ใต้)
+84 203 3567 007 (เหนือ)
+95 1 230 5627
(+856) 21 810007
(+856) 20 5710007 (ภาษาจีน)
(+856) 20 57550007 (ภาษาอังกฤษ)
© AMATA CORPORATION PCL. All rights reserved. Web by Toneyes