การสร้างความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทาน

ความเสี่ยง โอกาส
บริษัทฯ มีการจัดซื้อสินค้าและจัดจ้างบริการจากคู่ค้าและผู้รับเหมาในกิจกรรมหลักของการดำเนินธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมและงานที่สนับสนุนการบริหารจัดการนิคมอุตสาหกรรม ดังนั้น คุณภาพสินค้าและการทำงานของคู่ค้าและผู้รับเหมาจึงส่งผลกระทบโดยตรงทั้งเชิงบวกและเชิงลบต่อบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ การดำเนินงานของคู่ค้าและผู้รับเหมาที่ไม่ได้มาตรฐานหรือมีความเสี่ยงด้าน ESG สูง อาจเกิดการละเมิดกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ หรือส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวม เช่น การจัดการของเสีย และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึงบริษัทฯ อาจมีส่วนสนับสนุนการละเมิดสิทธิมนุษยชนของแรงงานของคู่ค้าและผู้รับเหมาได้หากไม่มีกระบวนการตรวจสอบที่ดี ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ ได้ นอกเหนือจากคุณภาพของงานและระยะเวลาส่งมอบงานที่มีผลกระทบด้านเศรษฐกิจโดยตรงต่อบริษัทฯ การบริหารจัดการคู่ค้าและผู้รับเหมาอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้บริษัทฯ ยกระดับคุณภาพ ความต่อเนื่อง และประสิทธิภาพในการดำเนินงานตลอดห่วงโซ่อุปทาน อันเป็นปัจจัยสำคัญต่อการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมาตรฐาน สร้างความพึงพอใจและความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า ตลอดจนสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในนิคมอุตสาหกรรมให้เป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ การคัดกรอง พัฒนา และยกระดับศักยภาพของคู่ค้าและผู้รับเหมายังช่วยเพิ่มจำนวนพันธมิตรทางธุรกิจที่มีคุณภาพและพร้อมที่จะเติบโตไปด้วยกัน เพื่อรองรับการขยายธุรกิจของบริษัทฯ ในอนาคต

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ ได้กำหนด "นโยบายการจัดซื้อจัดจ้างอย่างยั่งยืน" เพื่อยกระดับการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานให้มีความรับผิดชอบ โปร่งใส และสอดคล้องกับหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน นโยบายนี้มุ่งเน้นการจัดหาและจัดซื้อจัดจ้างวัตถุดิบ วัสดุอุปกรณ์ และบริการที่คำนึงถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล (ESG) ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการคัดเลือกและการพัฒนาคู่ค้าและผู้รับเหมาเพื่อให้มีการปฏิบัติต่อแรงงานตามมาตรฐานและเป็นธรรม การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ยังมุ่งเสริมสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ลดความเสี่ยง และสร้างคุณค่าร่วมที่ส่งผลดีต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

บริษัทฯ ได้มอบหมายให้คณะทำงานการจัดซื้อจัดจ้างของกลุ่มบริษัทอมตะ (AMATA Procurement Working Committee) นำโดย ประธานเจ้าหน้าที่การเงินเป็นประธาน คณะทำงานประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงของบริษัทฯ และบริษัทย่อย รับผิดชอบในการพัฒนาแนวทางปฏิบัติการจัดซื้อจัดจ้างที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและมาตรฐานจริยธรรม เพื่อกำหนดเป็นมาตรฐานการจัดซื้อจัดจ้างของกลุ่มอมตะ ตลอดจนดำเนินการจัดทำและเผยแพร่ “จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า (Supplier Code of Conduct) บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ และแจ้งคู่ค้าแต่ละรายโดยตรง เพื่อสื่อสารเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ที่จะทำธุรกิจอย่างมีจริยธรรม มีความรับผิดชอบ และคำนึงถึงผลกระทบด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม โดยมีเนื้อหาครอบคลุมประเด็นดังนี้

จริยธรรมทางธุรกิจ

ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง มีใบอนุญาตดำเนินงานที่ถูกต้อง ดำเนินธุรกิจด้วยความถูกต้อง ซื่อสัตย์ โปร่งใส และตรวจสอบได้ เปิดเผยข้อมูลอย่างเหมาะสม รักษาความลับและเคารพทรัพย์สินทางปัญญา ไม่เกี่ยวข้องกับการทุจริต คอร์รัปชัน การกรรโชกทรัพย์ หรือการยักยอก และส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพตามข้อกำหนดของบริษัท

หลักสิทธิมนุษยชน

เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และปฏิบัติต่อลูกจ้างอย่างเป็นธรรมและเสมอภาค ไม่เลือกปฏิบัติ จัดให้มีการจ้างงาน ค่าจ้าง ชั่วโมงทำงาน และสิทธิประโยชน์ตามกฎหมาย ไม่ใช้แรงงานบังคับ แรงงานค้ามนุษย์ แรงงานทาส หรือแรงงานเด็ก และไม่จ้างแรงงานผิดกฎหมาย รวมถึงตรวจสอบคู่ธุรกิจและผู้รับเหมาช่วงอย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในห่วงโซ่อุปทาน

ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย

ปฏิบัติตามกฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสุขอนามัยในการทำงาน รวมถึงข้อกำหนดของอมตะเมื่อปฏิบัติงานในพื้นที่ของบริษัท จัดให้มีสถานที่ทำงานและสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย จัดหาอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยที่เหมาะสม บันทึกสถิติการเจ็บป่วย การบาดเจ็บ การเสียชีวิต และเหตุการณ์ด้านความปลอดภัย พร้อมสื่อสารความเสี่ยงและมาตรการควบคุมแก่ลูกจ้างและผู้รับเหมาช่วง

ความรับผิดชอบต่อสังคม

คำนึงถึงผลกระทบจากการดำเนินงานต่อชุมชนและสังคม มีส่วนร่วมในการป้องกัน รักษาสุขภาวะและความปลอดภัยของชุมชน จัดให้มีช่องทางรับฟังปัญหาและข้อร้องเรียนจากผู้มีส่วนได้เสีย และรับผิดชอบแก้ไขผลกระทบอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด และมีการตรวจประเมินอย่างสม่ำเสมอ ดำเนินงานโดยคำนึงถึงการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ มีมาตรการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ รวมถึงการจัดการน้ำเสีย ของเสีย สารเคมี และมลพิษทางอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่

บริษัทฯ กำหนดให้คู่ค้าและผู้รับเหมาทุกรายที่อยู่ในกลุ่มคู่ค้าสำคัญที่ทำธุรกิจโดยตรงกับบริษัทฯ (critical tier-1 suppliers) และคู่ค้าใหม่ทุกราย ต้องรับทราบถึงจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า และคู่มือการจัดซื้อจัดจ้าง (Procurement Manual) กลุ่มบริษัทอมตะ ตามแนวทางการบริหารจัดการความยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อส่งเสริมให้คู่ค้าตระหนักถึงความสำคัญและเป็นแนวปฏิบัติให้แก่คู่ค้าในการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติของบริษัทฯ ที่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการดำเนินธุรกิจที่ซื่อสัตย์ ยุติธรรม และโปร่งใส โดยในปี 2568 บริษัทฯ ได้แจ้งคู่ค้าสำคัญที่ทำธุรกิจโดยตรงกับบริษัทฯ และคู่ค้าใหม่ทั้งหมดรวม 112 ราย ซึ่งทุกรายได้ส่งแบบตอบรับรับทราบจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้าของอมตะ (ร้อยละ 100)

บริษัทฯ กำหนดแนวทางดำเนินงานในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน ดังนี้

บริษัทฯ ได้ดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดโดยมีหลักเกณฑ์และกระบวนการที่ชัดเจนในการจัดกลุ่มคู่ค้าสำคัญ (critical suppliers) การประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของคู่ค้าและผู้รับเหมา และกำหนดแนวทางบริหารจัดการและกลยุทธ์ที่เหมาะสมกับคู่ค้าและผู้รับเหมาแต่ละกลุ่ม และจัดให้มีการพัฒนายกระดับศักยภาพของคู่ค้าและผู้รับเหมา เพื่อลดความเสี่ยงด้านความยั่งยืนและผลกระทบจากการดำเนินธุรกิจทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยมีผลการดำเนินงานในปี 2568 ดังนี้

1. การจัดกลุ่มคู่ค้าสำคัญ

บริษัทฯ พิจารณาระบุคู่ค้าสำคัญ (critical supplier) จากกลุ่มคู่ค้า 2 กลุ่ม ได้แก่ คู่ค้าที่ทำธุรกิจโดยตรงกับบริษัทฯ (tier-1 suppliers)  และคู่ค้าที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทฯ โดยตรง (non-tier 1 suppliers) และทำการวิเคราะห์เพื่อระบุคู่ค้าสำคัญโดยใช้ปัจจัยดังต่อไปนี้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณาทั้งสองกลุ่ม

  • เป็นคู่ค้าและผู้รับเหมาที่มีมูลค่าซื้ออยู่ใน 80% แรกของมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด หรือ
  • เป็นผู้ขายวัตถุดิบหรือให้บริการที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของธุรกิจ หรือ
  • เป็นผู้ขายน้อยราย หรือไม่สามารถหาทดแทนได้

 

ในปี 2568 บริษัทฯ มีคู่ค้าและผู้รับเหมาที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานที่ทำธุรกิจโดยตรงกับบริษัทฯ (tier-1 supplier) ทั้งหมด 473 ราย ที่มีการทำธุรกิจกับบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง จากการวิเคราะห์พบว่าบริษัทฯ มีคู่ค้าและผู้รับเหมาที่อยู่ในกลุ่มคู่ค้าสำคัญที่ทำธุรกิจโดยตรงกับบริษัทฯ (critical tier-1 suppliers) จำนวน 53 ราย ซึ่งมีมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างคิดเป็นร้อยละ 85.45 ของมูลค่าการจัดซื้อจัดจ้างทั้งหมด จำแนกเป็นคู่ค้าสำคัญในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และให้เช่าจำนวน 15 ราย คู่ค้าสำคัญในธุรกิจสาธารณูปโภคและการบริการจำนวน 15 ราย และคู่ค้าสำคัญในธุรกิจสินค้าและบริการ 23 ราย คิดเป็นมูลค่าการซื้อขายจำแนกตามกลุ่มธุรกิจหลักที่ร้อยละ 28.30 28.30 และ 43.40 ตามลำดับ ส่วนคู่ค้าสำคัญที่ไม่ได้ทำธุรกิจกับบริษัทฯ โดยตรง (critical non-tier 1 supplier) มีจำนวน 64 ราย

2.การประเมินความเสี่ยงในห่วงโซ่อุปทาน

บริษัทฯ มีกระบวนการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนของคู่ค้าโดยให้ความสำคัญกับกลุ่มคู่ค้าสำคัญที่ทำธุรกิจโดยตรงกับบริษัทฯ เป็นลำดับแรก โดยใช้แบบประเมินความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ (ESG Risk Evaluation Form) และคู่ค้าใหม่ทั้งหมดใช้แบบประเมินตนเอง (Self-Assessment Questionnaire: SAQ) ที่ครอบคลุมประเด็นด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล และจัดกลุ่มคู่ค้าแยกตามระดับความเสี่ยง 4 ระดับ โดยมีรายละเอียดและความถี่ในการตรวจประเมินตามระดับความเสี่ยงของคู่ค้า นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการประเมินคุณภาพคู่ค้าประจำปีโดยฝ่ายจัดซื้อและหน่วยงานที่เป็นผู้ใช้สินค้าหรือบริการ แต่มีความถี่แตกต่างกันตามระดับความเสี่ยงของคู่ค้า สำหรับคู่ค้าที่มีความเสี่ยงระดับสูงและสูงมาก คู่ค้าต้องจัดทำแผนมาตรการป้องกันแก้ไข โดยบริษัทฯ จะช่วยให้คำแนะนำในการจัดทำแผนการปรับปรุงและพัฒนาข้อบกพร่องต่าง ๆ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคู่ค้า

บริษัทฯ กำหนดเป้าหมายให้คู่ค้าสำคัญของบริษัทฯ โดยตรง และคู่ค้าใหม่ทั้งหมดได้รับการประเมินความเสี่ยงทั้งด้านเศรษฐกิจและด้านความยั่งยืนในการดำเนินงานซึ่งประกอบด้วยประเด็นความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและบรรษัทภิบาล ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ทำการประเมินความเสี่ยงคู่ค้าและผู้รับเหมาในกลุ่มคู่ค้าสำคัญที่ทำธุรกิจโดยตรงกับบริษัทฯ ทั้งหมด 53 ราย (ร้อยละ 100) และคู่ค้าใหม่ทั้งหมด 59 ราย (ร้อยละ 100) เป็นไปตามเป้าหมาย

จากผลประเมินความเสี่ยงคู่ค้าในปี 2568 พบว่า บริษัทฯ ไม่มีคู่ค้าสำคัญโดยตรงและคู่ค้าใหม่รายใดที่มีความเสี่ยงด้านสังคม สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และบรรษัทภิบาลอยู่ในระดับสูงหรือสูงมาก ทั้งนี้ สำหรับคู่ค้าที่เคยถูกระบุว่ามีความเสี่ยงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมในระดับสูงในปี 2567 บริษัทฯ ได้เข้าไปดำเนินการตรวจประเมินเพิ่มเติม ณ สถานประกอบการ พร้อมให้คำแนะนำ และติดตามการปรับปรุงแก้ไขอย่างใกล้ชิด ซึ่งในปี 2568 คู่ค้าดังกล่าวได้ดำเนินการปรับปรุงตามแผนที่กำหนดครบถ้วน และผลการตรวจประเมินยืนยันว่าความเสี่ยงลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้แล้ว

3. การตรวจประเมินคู่ค้า

บริษัทฯ กำหนดให้คู่ค้าสำคัญทุกรายที่ผ่านการประเมินความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและด้านความยั่งยืนด้วยวิธีประเมินตนเอง (Self-Assessment Questionnaire: SAQ) แล้ว จะได้รับการตรวจประเมินในสถานประกอบการครอบคลุมประเด็นด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (on-site ESG audit) ต่อไป โดยมีรายละเอียดและความถี่ในการตรวจประเมินตามระดับความเสี่ยงของคู่ค้า ในกรณีที่คู่ค้าสำคัญมีระดับความเสี่ยงสูงและสูงมาก จะต้องถูกตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการทันที คู่ค้าสำคัญที่มีความเสี่ยงระดับปานกลางจะได้รับการตรวจประเมินปีละ 1 ครั้ง และคู่ค้าสำคัญที่มีความเสี่ยงต่ำจะได้รับการตรวจประเมินทุก 2 ปี ตามข้อกำหนดและรายการที่บริษัทฯ กำหนดไว้และมาตรฐานระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม (ISO 14001) ซึ่งแนวทางในการตรวจประเมินคู่ค้า กระทำโดยการตรวจเอกสารที่เกี่ยวข้องจากคู่ค้าและการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบโดยคณะทำงานการจัดซื้อจัดจ้างของกลุ่มบริษัทอมตะ

ในปี 2568 บริษัทฯ มีคู่ค้าสำคัญที่ต้องถูกตรวจประเมิน ณ สถานประกอบการตามเกณฑ์ที่กำหนดจำนวนรวม 18 ราย ซึ่งบริษัทฯ สามารถดำเนินการตรวจประเมินได้ครบทั้ง 18 ราย (ร้อยละ 100)

นอกจากนี้บริษัทฯ กำหนดให้คู่ค้าและผู้รับเหมาที่ดำเนินธุรกิจกับบริษัทฯ ทุกรายได้รับการประเมินผลงานประจำปีและประเมินความสัมพันธ์ของผู้ขายสินค้า/บริการรายนั้น ๆ กับบริษัทฯ หลังจากการดำเนินการเสร็จสิ้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งต่อไปด้วย

บริษัทฯ มีมาตรการบริหารจัดการความเสี่ยงสำหรับคู่ค้าแต่ละราย และจัดให้มีการพัฒนาคู่ค้าเพื่อลดโอกาสในการเกิดความเสี่ยงและลดผลกระทบจากความเสี่ยงดังกล่าวให้กับคู่ค้าและผู้รับเหมา ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังไม่มีการยุติการดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าและผู้รับเหมาที่ได้รับการประเมินแต่อย่างใด (ร้อยละ 0)

4. การขึ้นทะเบียนคู่ค้าใหม่

บริษัทฯ กำหนดแนวทางในการพิจารณาคัดเลือกคู่ค้าใหม่ประกอบด้วยกระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้นและผลงานที่ผ่านมาของคู่ค้าและผู้รับเหมาก่อนการจัดซื้อจัดจ้าง ว่ามีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่ได้กำหนดไว้หรือไม่ และกำหนดให้คู่ค้าใหม่ทุกรายต้องผ่านการประเมินความเสี่ยงด้านความยั่งยืนครอบคลุมด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และบรรษัทภิบาล โดยใช้แบบฟอร์มประเมินตนเองของคู่ค้า (Self-Assessment Questionnaire : SAQ) ก่อนขึ้นทะเบียนคู่ค้าใหม่ หากผลคะแนนผ่านเกณฑ์และไม่พบประเด็นความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และบรรษัทภิบาล จะให้คู่ค้าใหม่ลงนามรับทราบจรรยาบรรณธุรกิจ (Supplier Code of Conduct) แล้วบันทึกชื่อคู่ค้าลงในทะเบียนคู่ค้าใหม่ แต่หากคะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินหรือมีความเสี่ยง คู่ค้าต้องจัดทำมาตรการป้องกันหรือแก้ไขและแผนการตรวจติดตามที่ชัดเจนมาเสนอ จนคะแนนอยู่ในระดับที่ยอมรับได้จึงจะได้รับการขึ้นทะเบียนคู่ค้าใหม่

ปี 2568 บริษัทฯ มีคู่ค้าใหม่จำนวน 59 รายโดยผ่านระบบการคัดเลือกตามกระบวนการที่กำหนดไว้คิดเป็นร้อยละ 100 ของคู่ค้ารายใหม่

5. การมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือคู่ค้าและการพัฒนาคู่ค้า

บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจอย่างเป็นธรรมกับคู่ค้า เพื่อส่งเสริมสภาพคล่องด้านการจัดการเงินสดและการบริหารเงินทุนทั้งของคู่ค้าและของบริษัทฯ ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้พิจารณาถึงข้อปฏิบัติให้เป็นไปตามข้อตกลงและข้อผูกพันที่มีต่อคู่ค้าด้วยความเสมอภาค บริษัทฯ มีนโยบายหรือมาตรการในการตรวจสอบคัดกรองคู่ค้าของกลุ่มบริษัทฯ เช่น ผู้ผลิต ผู้รับจ้าง ผู้รับเหมาต่าง ๆ ด้วยแนวทางหรือมาตรฐานเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ และตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม โดยบริษัทฯ มีระเบียบปฏิบัติในการจัดซื้อจัดจ้าง และมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้การคัดเลือกคู่ค้ามีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และประกาศให้ถือปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

การจ่ายเงินให้คู่ค้า บริษัทฯ ได้กำหนดระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้าโดยยึดหลักความเป็นธรรมและความเหมาะสม เพื่อสร้างโอกาสและความร่วมมือทางธุรกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยบริษัทฯ กำหนดนโยบายระยะเวลาสินเชื่อทางการค้า (Credit Term Policy) สำหรับระยะเวลาการจ่ายเงินให้เจ้าหนี้การค้าภายในระยะเวลา 30-60 วัน โดยบริษัทฯ ใช้วิธีการจ่ายเงินผ่านช่องทางธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งจะทำให้คู่ค้ามีความเชื่อมั่นและสามารถรับเงินได้ตามกรอบเวลาของนโยบายที่บริษัทกำหนดได้  แต่อย่างไรก็ตามระยะเวลาการจ่ายเงินอาจไม่เป็นไปตามนโยบาย เนื่องจากข้อจำกัดของแต่ละธุรกิจและปัจจัยต่าง ๆ ที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม เช่น ประเภทธุรกิจของสินค้าและการให้บริการ ระยะเวลาตามสัญญากับคู่ค้า คุณภาพมาตรฐานของสินค้าและการให้บริการ เป็นต้น ข้อมูลระยะเวลาการจ่ายเงินให้เจ้าหนี้การค้าเฉลี่ย (Average Account Payables Days) ของบริษัทฯ ในส่วนของสินค้าและการให้บริการมีรายละเอียดดังนี้

นอกจากนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญในการพัฒนาคู่ค้าและผู้รับเหมาในห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะคู่ค้าสำคัญในธุรกิจสาธารณูปโภคและการบริการ เพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความเสี่ยงในการละเมิดกฎหมายข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งสนับสนุนการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของคู่ค้าและผู้รับเหมาให้ดียิ่งขึ้นและเป็นไปตามมาตรฐานของบริษัทฯ เช่น สนับสนุนให้คู่ค้าและผู้รับเหมาที่ส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการหลักให้แก่บริษัทฯ มีการพัฒนาในกระบวนการดำเนินธุรกิจและได้รับการรับรองระบบการบริหารจัดการที่สอดคล้องตามมาตรฐานสากล เช่น ISO 9001 ISO 14001 ISO 17025 และ OSHA 18000 เป็นต้น

  

การพัฒนาคู่ค้าด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

  • วันที่ 24 เมษายน 2568 บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด ได้จัดประชุมผู้มีส่วนได้เสียประจำปี 2568 ขึ้น ณ ห้องประชุมราชพฤกษ์ โดยมุ่งเน้นที่คู่ค้าและผู้รับเหมาที่ทำธุรกิจโดยตรงกับบริษัทฯ เป็นหลัก เพื่อรับทราบนโยบายการทำงานและควบคุมงานตามระบบมาตรฐานต่าง ๆ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ระบบการจัดซื้อจัดจ้าง และการแสดงความคิดเห็นร่วมกันในการยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากยิ่งขึ้นและสอดคล้องกับหลักการความยั่งยืนในระดับสากล ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ชี้แจงกระบวนการตรวจประเมินคู่ค้า และการประเมินผลการทำงานของผู้รับเหมา ประจำปี เพื่อวัดผลสำเร็จในการดำเนินงานร่วมด้วย

การพัฒนาคู่ค้าด้านความปลอดภัย

  • วันที่ 26 มิถุนายน 2568 บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด ได้จัดอบรมหลักสูตรความปลอดภัยและความเสี่ยงในการทำงาน แก่พนักงานของบริษัทผู้รับเหมาด้านการจัดการขยะ เพื่อเพิ่มทักษะและยกระดับความปลอดภัยในการปฏิบัติงานของพนักงานของบริษัทผู้รับเหมา
  • วันที่ 17 พฤษภาคม 2568 บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด ได้จัดฝึกซ้อมเก็บกู้การหกรั่วไหลของขยะมูลฝอย ให้แก่พนักงานเคลื่อนย้ายและคัดแยกขยะประจำโรงคัดแยกขยะของบริษัทผู้รับเหมา เพื่อเพิ่มความรู้และทักษะด้านการจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม และยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของพนักงานของบริษัทผู้รับเหมา  
  • วันที่ 25 ตุลาคม 2568 บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด ได้จัดอบรมหลักสูตรดับเพลิงขั้นต้นและอพยพหนีไฟ ให้กับพนักงานของผู้รับเหมาที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ของบริษัทฯ เพื่อเตรียมความพร้อมให้พนักงานในโรงคัดแยกขยะมีทักษะในการป้องกันและรับมือกับเหตุเพลิงไหม้ รวมทั้งเพื่อป้องกันเหตุที่จะเกิดขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
  • วันที่ 24 ธันวาคม 2568 บริษัท อมตะ ซัมมิท เรดดี้ บิลท์ จำกัด ร่วมกับบริษัท ทีมคอนสตรัคชั่น แมเนจเมนท์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาโครงการ และบริษัท ไทยนากาโน จำกัด ในฐานะผู้รับเหมาหลัก ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานให้เช่าภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี เพื่อตรวจสอบมาตรฐานการก่อสร้าง การบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในการทำงาน และการตรวจรับผลงานให้เป็นไปตามข้อกำหนดของบริษัทฯ เพื่อให้มั่นใจถึงคุณภาพและความพร้อมของโรงงานก่อนการส่งมอบพื้นที่ให้แก่ผู้เช่าต่อไป

จากการทบทวนและสร้างความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยให้พนักงานของบริษัทผู้รับเหมาด้านการจัดการขยะอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การดำเนินงานในปี 2568 ไม่มีพนักงานของบริษัทผู้รับเหมาเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงถึงขั้นบาดเจ็บต้องหยุดงานหรือเสียชีวิตอีกทั้งยังทำให้สภาพแวดล้อมของนิคมอุตสาหกรรมมีความสะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย และลดโอกาสในการปนเปื้อนขยะและของเสียสู่สิ่งแวดล้อม

การพัฒนาคู่ค้าด้านความรู้ความสามารถและประสิทธิภาพในการทำงาน

  • วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 บริษัท อมตะ ซัมมิท เรดดี้ บิลท์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท ซีแพคคอนสตรัคชั่นโซลูชั่น จำกัด ได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และนำเสนอการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Building Information Modeling (BIM) และ Carbon Tracking Solution ในกระบวนการออกแบบและก่อสร้างโรงงานให้เช่า การสัมมนาครั้งนี้มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการพัฒนาโรงงานให้เช่าให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย และสอดคล้องกับแนวคิดด้านความยั่งยืน เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ในอนาคต
  • วันที่ 9 กันยายน 2568 บริษัท อมตะ ยู จำกัด ได้เชิญคู่ค้าเข้าร่วมการอบรมหลักสูตร “In-depth Carbon Footprint of Product (CFP) and Decarbonization Concept” เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเชิงลึกด้านการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ของผลิตภัณฑ์ และแนวคิดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้แก่คู่ค้า เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในห่วงโซ่อุปทาน และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ
  • วันที่ 18 กันยายน 2568 บริษัท อมตะ ยู จำกัด ได้เชิญคู่ค้าเข้าร่วมอบรมความรู้ด้านการจัดการน้ำและขยะ ภายใต้โครงการ “พัฒนาชุมชนด้านการจัดการน้ำและขยะอย่างยั่งยืน” เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการจัดการปัญหาน้ำเสียและขยะในชุมชนรอบนิคมอุตสาหกรรมอมตะ
  • วันที่ 8 ธันวาคม 2568 บริษัท อมตะ ซัมมิท เรดดี้ บิลท์ จำกัด ร่วมกับ บริษัท บิลท์ วัน กรุ๊ป จำกัด ได้จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ เพื่อร่วมกันพัฒนาและยกระดับระบบบริการหลังการขาย รวมถึงการบริหารจัดการงานซ่อมแซมโรงงานให้เช่าของบริษัทฯ การสัมมนาครั้งนี้มุ่งเน้นการเพิ่มความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการให้บริการ เพื่อเสริมสร้างความพึงพอใจและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้เช่าโรงงานของบริษัทฯ ในระยะยาว
  • ในปี 2568 บริษัท อมตะ ยู จำกัด ได้ทำการติดตามและผลักดันคู่ค้าอย่างต่อเนื่อง โดยการมอบนโยบายประจำปี ผ่านการประชุมร่วมคู่ค้า ในเรื่องการประหยัดพลังงานและการใช้ทรัพยากร โดยผู้รับจ้างต้องส่ง “แผนการใช้พลังงานและทรัพยากรให้คุ้มค่า” ให้ บริษัท อมตะ ยู จำกัด ประจำทุกปี ซึ่งแผนงานดังกล่าวจะถูกนำมาวิเคราะห์ และทำการตรวจสอบการปฏิบัติงานจริง รวมถึงตั้งเป้าหมายในการพัฒนาต่อยอดมาตรการการประหยัดพลังงานต่อไป

ร่วมสร้างอนาคตไปกับอมตะ

ส่งอีเมลล์ติดต่อมาที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
+66
Search
    Attach Your CV *
    Browse Files No file chosen

    Accept our Recruitment Privacy Policy Notice

    ร่วมสร้างอนาคต
    ไปกับอมตะ

    ร่วมสร้างอนาคต
    ไปกับอมตะ

    ติดต่อเราเพิ่มเติม

    ประเทศไทย
    +66 38 939 007
    เวียดนาม

    +84 251 3991 007 (ใต้)
    +84 203 3567 007 (เหนือ)

    พม่า

    +95 1 230 5627

    ลาว

    (+856) 21 810007
    (+856) 20 5710007 (ภาษาจีน)
    (+856) 20 57550007 (ภาษาอังกฤษ)