การจัดการมูลฝอยในนิคมอุตสาหกรรม

ความเสี่ยง โอกาส
นิคมอุตสาหกรรมของอมตะในประเทศไทยเป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมและผู้เช่ากว่า 1,386 รายที่ดำเนินกิจการในปัจจุบัน มีพนักงานทำงานในโรงงานกว่า 310,000 คน สร้างขยะมูลฝอยและขยะอุตสาหกรรมจำนวนมหาศาลในแต่ละปี หากการจัดการขยะมูลฝอยและขยะอุตสาหกรรมของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมไม่เป็นไปตามกฎหมายแล้ว ย่อมส่งผลกระทบทางลบต่อสุภาพอนามัยของผู้ปฏิบัติงานด้านขยะ ต่อสิ่งแวดล้อม และต่อชุมชนโดยรอบทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และอาจมีผลกระทบต่อการขออนุญาตเพื่อการขยายกิจการของบริษัทฯ ในอนาคต การบริหารจัดการขยะที่มีประสิทธิภาพและสร้างคุณค่าจากขยะด้วยหลักการเศรษฐกิจหมุนเวียน เป็นโอกาสทางธุรกิจของบริษัทฯ ที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่เพื่อลดต้นทุนและสร้างรายได้ให้แก่บริษัทฯ และช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้มีส่วนได้เสีย และได้รับการยอมรับจากชุมชนท้องถิ่นให้เป็นเพื่อนบ้านที่ดี ทั้งยังช่วยสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการกำจัดขยะด้วยวิธีการฝังกลบด้วย

แนวทางการบริหารจัดการ

บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการขยะตลอดห่วงโซ่คุณค่าของธุรกิจ ตั้งแต่การสร้างขยะจนถึงการกำจัดขยะ จึงได้กำหนดเป็น นโยบายการบริหารจัดการของเสียเพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดจากกิจการภายในนิคมอุตสาหกรรมให้น้อยที่สุด ด้วยการบริหารจัดการขยะอย่างถูกวิธีและถูกต้องตามกฎหมาย มาตรฐานสิ่งแวดล้อม และหลักวิชาการ ตลอดจนส่งเสริมโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมให้มีการรีไซเคิลและการนำกลับไปใช้ใหม่ และนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อลดการเกิดขยะมูลฝอยและขยะอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ของเสียที่บริษัทฯ รับผิดชอบบริหารจัดการให้ลูกค้าที่อยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเป็นขยะมูลฝอยและขยะอุตสาหกรรมไม่อันตรายเท่านั้น ส่วนของเสียอันตรายนั้น โรงงานอุตสาหกรรมต่างดำเนินการจัดการเอง ภายใต้พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535

ศึกษารายละเอียดนโยบายได้ที่นี่

บริษัทฯ มอบหมายให้ บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด (AFS) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ทำหน้าที่ดูแลการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของโรงงานในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่งในประเทศไทย โดยใช้แนวทางในการบริหารจัดการขยะตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องภายใต้พระราชบัญญัติการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ. 2535 และพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535  และตามขอบเขตอำนาจในความรับผิดชอบในการบริหารจัดการขยะ ปัจจุบันมีโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้บริการจัดการขยะมูลฝอยของบริษัทฯ ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จำนวน 609 โรงงาน และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง จำนวน 310 โรงงาน คิดเป็นร้อยละ 71.90 และ 60.90 ของผู้เช่าและผู้ประกอบการโรงงานทั้งหมดในนิคมอุตสาหกรรม ตามลำดับ ซึ่งมีจำนวนโรงงานที่มาใช้บริการเพิ่มมากขึ้นจากปี 2566

ขยะและของเสียจากการดำเนินธุรกิจ

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ขยายขอบเขตการเก็บข้อมูลของเสียให้ครอบคลุมถึงขยะอุตสาหกรรมที่บริษัทฯ รับจัดการให้แก่ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมฯ ทำให้ในปีที่รายงาน บริษัทฯ มีของเสียที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง และสำนักงานกรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นจากปี 2567 โดยมีปริมาณรวมทั้งสิ้น 38,330.95 ตัน จำแนกเป็นปริมาณของเสียที่เกิดขึ้นในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จำนวน 25,669.53 ตัน นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง จำนวน 12,563.04 ตัน และสำนักงานกรุงเทพฯ จำนวน 4.22 ตัน โดยเป็นของเสียไม่อันตราย 38,236.78 ตัน ได้แก่ ขยะมูลฝอยจากการดำเนินงานของบริษัทฯ ของเสียจากระบบสาธารณูปโภคของบริษัท ฯ ขยะมูลฝอยและขยะอุตสาหกรรมจากการบริการลูกค้าในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมฯ และมีของเสียอันตราย 94.16 ตัน จากการบริการลูกค้าในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมฯ

บริษัทฯ ใช้วิธีที่หลากหลายในการบริหารจัดการของเสียที่เกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจเพื่อให้เหมาะสมกับประเภทของเสียและจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานตามนโยบายการใช้ทรัพยากรให้คุ้มค่าสูงสุดและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ของเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมดในปี 2568 ได้รับการจัดการด้วยวิธีส่งกำจัดแบบเผาทำลายเพื่อผลิตเป็นพลังงาน (Incineration with energy recovery) ร้อยละ 62.6 นำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) ร้อยละ 16.1 นำกลับมาใช้ใหม่ (Recycle) ร้อยละ 8.7 ฝังกลบ (Landfill) ร้อยละ 7.3 การนำกลับมาใช้ประโยชน์รูปแบบอื่น เช่น การทำปุ๋ยหมัก หรือการย่อยสลายของขยะอินทรีย์ (Composting or organic waste decomposition) ร้อยละ 4.7 และส่งกำจัดแบบเผาทำลายโดยไม่ได้พลังงานมาใช้ (Incineration without energy recovery) ร้อยละ 0.6  

การจัดการขยะมูลฝอยตามเป้าหมาย Zero Waste to Landfill

บริษัทฯ ตระหนักถึงผลกระทบของการกำจัดขยะด้วยวิธีการฝังกลบที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

บริษัทฯ จึงได้ตั้งเป้าหมายในการจัดการขยะมูลฝอยให้ลดลงจนไม่มีขยะมูลฝอยที่ส่งไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบเลย ลดการเกิดขยะและของเสียตั้งแต่จุดกำเนิด เพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกขยะ และนำหลักการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการจัดการของเสียของกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียของบริษัทฯ ด้วย เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบและใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน บริษัทฯ จึงรณรงค์และส่งเสริมให้ผู้มีส่วนได้เสียทั้งภายในและภายนอกบริษัทฯ ร่วมกันจัดการขยะและของเสียอย่างถูกต้องและเพิ่มการใช้ซ้ำหรือรีไซเคิลขยะในหน่วยงานของตนให้มากขึ้น

การจัดการขยะมูลฝอยในนิคมอุตสาหกรรม

ขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้นในนิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่งมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 27,589.10 ตัน แบ่งออกเป็นขยะมูลฝอยจากโรงงานที่ใช้บริการการจัดการขยะของบริษัทฯ ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จำนวน 18,369.51 ตัน ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง จำนวน 9,219.59 ตัน และขยะมูลฝอยจากการดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ส่วนกลางของบริษัทฯ รวมถึงกิ่งไม้และเศษไม้จากการตัดแต่ง จำนวนรวม 1,706.40 ตัน จากนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จำนวน 954.45 ตัน และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง จำนวน 751.95 ตัน

  นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง
ขยะมูลฝอยจากโรงงานที่ใช้บริการจัดการขยะของบริษัทฯ 18,369.51 ตัน 9,219.59 ตัน
ขยะมูลฝอยจากการดำเนินกิจกรรมในพื้นที่ส่วนกลางของบริษัทฯ 954.45 ตัน 751.95 ตัน
รวม 19,323.96 ตัน 9,971.54 ตัน

 

ขยะมูลฝอยจากโรงงานที่ใช้บริการการจัดการขยะของบริษัทฯ ถูกนำไปคัดแยกโดยผู้รับเหมาที่โรงงานคัดแยกขยะภายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ เพื่อคัดแยกขยะตามหลัก 3Rs (Reduce, Reuse, Recycle) และส่งไปกำจัดโดยวิธีต่าง ๆ โดยผู้รับเหมาที่มีความเชี่ยวชาญและมีใบอนุญาตในการกำจัดขยะมูลฝอยและขยะอุตสาหกรรมตามกฎหมาย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีแนวทางบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง โดยการให้คำแนะนำโรงงานที่ใช้บริการกำจัดขยะมูลฝอยของบริษัทฯ ในการคัดแยก จำแนกประเภทของขยะมูลฝอยก่อนส่งมายังโรงคัดแยกขยะ เพื่อให้ขยะที่เข้าสู่กระบวนการคัดแยกนั้นมีคุณภาพ สามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ในการผลิตเชื้อเพลิงขยะ (Refuse-derived Fuel: RDF) และขยะรีไซเคิล และเหลือขยะที่ไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ที่ต้องกำจัดโดยวิธีฝังกลบให้เหลือน้อยที่สุด หรือไม่มีเลย

ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอยที่ส่งไปกำจัดโดยวิธีฝังกลบในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ตามนโยบายและเป้าหมายขององค์กร บริษัทฯ จึงมุ่งเน้นที่การเพิ่มประสิทธิภาพการคัดแยกของพนักงานคัดแยกขยะ การปรับปรุงกระบวนการจัดการขยะจากการส่งไปฝังกลบเป็นการคัดแยกขยะรีไซเคิล และการผลิตเชื้อเพลิงทดแทนในรูปแบบเชื้อเพลิงขยะ เพื่อส่งต่อไปเป็นเชื้อเพลิงสำหรับกระบวนการเผาในโรงงานผลิตปูนซีเมนต์

หมายเหตุ: ข้อมูลกิจกรรมปลายทางการกำจัดขยะถูกคำนวณมาจากปริมาณขยะจริงที่ส่งไปยังผู้รับกำจัด

ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี โดยสามารถคัดแยกขยะรีไซเคิลจากขยะมูลฝอยคิดเป็นร้อยละ 12.39 ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมดที่จัดการในอาคารคัดแยกขยะของบริษัทฯ และมีขยะมูลฝอยที่สามารถทำเป็นผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงขยะ (Refuse-derived Fuel: RDF) ได้ร้อยละ 87.61 ทำให้บริษัทฯ สามารถลดปริมาณขยะที่ส่งไปกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบเหลือร้อยละ 0 ของปริมาณขยะมูลฝอยทั้งหมดที่จัดการในอาคารคัดแยกขยะของบริษัทฯ ในส่วนของการบริหารจัดการขยะมูลฝอยในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ซึ่งจัดการโดยผู้รับเหมาของบริษัทฯ มีการปรับสัดส่วนการบริหารจัดการขยะโดยสามารถผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะประเภท RDF (Refuse-derived Fuel) และ SRF (Solid Recovered Fuel) เพื่อส่งไปเผาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าได้ร้อยละ 71.03 และส่วนที่ไม่สามารถทำเป็นเชื้อเพลิงขยะได้ ร้อยละ 28.97 ถูกนำไปฝังกลบตามหลักสุขาภิบาล

การจัดการขยะตามแนวทาง Zero Waste to Landfill ทำให้บริษัทฯ สามารถลดต้นทุนด้านการจัดการขยะมูลฝอยลงได้ 2.4 ล้านบาทในปี 2568 และผู้ประกอบการร้อยละ 89 ที่ใช้บริการการจัดการขยะของบริษัทฯ พึงพอใจและมีความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการขยะของบริษัทฯ ว่าไม่มีการนำขยะออกไปจัดการอย่างผิดกฎหมาย ชุมชนในพื้นที่โดยรอบนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี มีความมั่นใจในการจัดการขยะของโรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมากขึ้น  จากความสำเร็จในการจัดการขยะตามแนวทาง Zero Waste to Landfill บริษัท ฯ กำลังดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ในการขยายการดำเนินงานไปที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ต่อไป

การจัดการของเสียจากระบบสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรม

ของเสียส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานในกระบวนการทำงานหลักภายในนิคมอุตสาหกรรม ได้แก่กากตะกอน (Sludge) ที่เกิดจากระบบผลิตน้ำประปาและระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลางแบบชีวภาพของนิคมอุตสาหกรรมทั้งสองแห่ง ซึ่งเป็นของเสียไม่เป็นอันตราย ในปี 2568 บริษัทฯ มีกากตะกอนที่เกิดขึ้นรวมทั้งหมด 5,893.90 ตัน โดยเป็นกากตะกอนของนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี จำนวน 3,302.40 ตัน และกากตะกอนของนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง จำนวน 2,591.5 ตัน บริษัท ฯ ได้นำกากตะกอนไปวิเคราะห์คุณภาพจำนวน 12 รายการ ด้วยวิธี Total Threshold Limit Concentration (TTLC) และ Soluble Threshold Limit Concentrations (STLC) พบว่ามีค่าความเป็นพิษต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ.2566 ทุกรายการ บริษัทฯ จึงได้นำกากตะกอนเหล่านี้ทั้งหมดกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) ภายในพื้นที่ของบริษัทฯ (ร้อยละ 100) โดยนำไปใช้ในการถมที่ดินภายในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและเป็นดินรองปลูกต้นไม้ภายในนิคมฯ

การจัดการขยะและของเสียในสำนักงาน

บริษัทฯ รณรงค์ให้พนักงานทุกคนมีส่วนร่วมในการช่วยลดขยะและของเสียในสำนักงาน จึงได้ทำการประชาสัมพันธ์ความรู้ความเข้าใจเพื่อสร้างจิตสำนึกในการจัดการของเสียอย่างถูกต้อง และได้ดำเนินโครงการ All Save All Win ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้

1. กิจกรรมประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในการจัดการขยะและสร้างจิตสำนึก ผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ (Line) ในทุกสำนักงาน

กิจกรรมประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ในการจัดการขยะและสร้างจิตสำนึก ผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ (Line) ในทุกสำนักงาน ทั้งสำนักงานกรุงเทพฯ สำนักงานชลบุรี และสำนักงานระยอง เพื่อการเข้าถึงพนักงานที่สะดวกและรวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีการประชาสัมพันธ์ผ่านการประชุมพนักงานในทุกไตรมาส

2. การส่งเสริมการลดการใช้กระดาษในสำนักงานเพื่อลดการสร้างขยะในสำนักงานทุกแห่งของบริษัทฯ และสนับสนุนให้เกิดการนำไปใช้ซ้ำและการรีไซเคิลกระดาษตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน

กิจกรรม “Junk2Joy” จัดในช่วงเดือนเมษายน-ตุลาคม 2568 เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการแยกขยะอย่างถูกวิธี โดยมุ่งเน้นการนำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์สูงสุด กิจกรรมนี้ไม่เพียงช่วยลดปริมาณขยะที่ส่งไปกำจัด แต่ยังสร้างคุณค่าใหม่จากวัสดุเหลือใช้ ผ่านกระบวนการรีไซเคิลและการนำกลับมาใช้ซ้ำอย่างมีประสิทธิภาพ โครงการดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกลุ่มอมตะในการขับเคลื่อนแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยได้รับความร่วมมือจากพนักงานทุกระดับ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

3. การลดขยะอาหารตั้งแต่ต้นทาง โดยให้พนักงานร่วมกันเลือกเมนูอาหารกลางวันที่ต้องการเพื่อลดขยะอาหาร รวมทั้งการจัดหาอาหารและเครื่องดื่มโดยใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล rPET 100%

การส่งเสริมการลดการใช้กระดาษในสำนักงานเพื่อลดการสร้างขยะในสำนักงานทุกแห่งของบริษัทฯ และสนับสนุนให้เกิดการนำไปใช้ซ้ำและการรีไซเคิลกระดาษตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน จึงได้ร่วมกับบริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) จัดทำ “โครงการกระดาษเก่าแลกกระดาษใหม่ Old for New” เพื่อนำกระดาษที่ใช้แล้วของบริษัทฯ มารีไซเคิล และแปรรูปกลับมาใช้ใหม่ เป็นการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ลดของเสีย และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในปี 2568 มีกระดาษใช้แล้วที่นำมารีไซเคิลในโครงการ ปริมาณ 2,696 กิโลกรัม

4. กิจกรรมคัดแยกขยะในสำนักงานโดยพนักงานและส่งต่อขยะไปสู่การจัดการอย่างถูกต้อง เพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอยที่นำไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ ในปี 2567

การลดขยะอาหารตั้งแต่ต้นทาง โดยให้พนักงานร่วมกันเลือกเมนูอาหารกลางวันที่ต้องการเพื่อลดขยะอาหาร รวมทั้งการจัดหาอาหารและเครื่องดื่มโดยใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล rPET 100% ตามนโยบายสวัสดิการห้องอาหารสำหรับช่วงพักระหว่างวันของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ในปี 2568 บริษัทฯ (สำนักงานกรุงเทพฯ) มีปริมาณขยะเศษอาหารจำนวน 61 ตัน (จากการชั่งน้ำหนัก)

5. บริษัทฯ เข้าร่วมโครงการ ทิ้ง ทู แทรช (Ting To Trash) จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ร่วมกับสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย โดยวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนเริ่มต้นดำเนินการด้านการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

กิจกรรมคัดแยกขยะในสำนักงานโดยพนักงานและส่งต่อขยะไปสู่การจัดการอย่างถูกต้อง เพื่อลดปริมาณขยะมูลฝอยที่นำไปกำจัดด้วยวิธีฝังกลบ ในปี 2568 บริษัทฯ (สำนักงานกรุงเทพฯ) ได้มีการคัดแยกขยะและจัดส่งขยะพลาสติกประเภทรีไซเคิลและขยะกำพร้ารวมทั้งหมด 12 ตัน โดยแบ่งเป็นขยะรีไซเคิล จำนวน 1.86 ตัน และขยะเพื่อผลิตเชื้อเพลิงขยะมูลฝอย (Refuse Derived Fuel, RDF) จำนวน 0.27 ตัน โดยมีการจำแนกขยะและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่รับกำจัดและรีไซเคิลขยะ ดังนี้

  • ขยะพลาสติก กล่องกระดาษ และขยะกำพร้า เพื่อผลิตเชื้อเพลิงขยะมูลฝอย (RDF) ที่ Recycle Day, N15 Technology, Waste Buy Delivery และ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก
  • ถ่านไฟฉายใช้แล้ว และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ส่งไปที่ CPALL และ มูลนิธิกระจกเงา
  • ร่วมกิจกรรมผ้าป่าขยะรีไซเคิลกับสำนักงานเทศบาลคลองตำหรุ อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เพื่อเปลี่ยนรายได้นำมาช่วยเหลือ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ ผู้สูงอายุติดบ้าน และผู้ยากไร้ ในพื้นที่เทศบาลคลองตำหรุ
  • กิจกรรมสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการจัดการขยะ โดยมีการรับบริจาคขยะที่พนักงานแยกมาจากบ้าน หรือที่สำนักงาน เพื่อส่งต่อการกำจัดอย่างถูกวิธี
6. กิจกรรมสร้างเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานในการจัดการขยะ โดยมีการรับบริจาคขยะที่พนักงานแยกมาจากบ้าน หรือที่สำนักงาน เพื่อส่งต่อการกำจัดอย่างถูกวิธี

การจัดซื้อเสื้อพนักงาน และการจัดทำขวดน้ำดื่มอมตะ ตรา รักษ์อมตะ ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนี้

  • เสื้อพนักงานปี 2568 ผลิตจาก พลาสติกรีไซเคิล rPET 100% จำนวน 1,385 ตัว
  • ขวดน้ำดื่มอมตะ ตรา รักษ์อมตะ ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล rPET 100% ไม่มีฉลาก จำนวน 88,320 ขวด ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 59 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า อ้างอิงจากการผลิตขวดน้ำจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล 1 ขวด สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 0.052 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (ที่มา: บริษัท เอ็นวิคโค จำกัด) หรือเทียบเท่ากับการกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 484 ต้นใน 1 ปี อ้างอิงจากค่าการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้เฉลี่ย 1 ต้น เท่ากับ 9.5 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี (ที่มา:องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) ธันวาคม 2559)
7. การจัดซื้อเสื้อพนักงาน และการจัดทำขวดน้ำดื่มอมตะ ตรา รักษ์อมตะ ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ ได้จัดให้มีการอบรมในหัวข้อ การจัดการของเสียสู่การเพิ่มมูลค่าตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อการมุ่งสู่ Net Zero โดยวิทยากรผู้ชำนาญการจาก คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อให้ความรู้และสร้างความเข้าใจการบริหารทรัพยากรโดยการประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจหมุนเวียนและการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือกระบวนการผลิตภาคอุตสาหกรรมให้เป็นมิตรกับสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีพนักงานเข้าร่วมการอบรมทั้งหมด 55 คน คิดเป็นร้อยละ 46 ของพนักงานทั้งหมด

การส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการขยะของลูกค้า

ระบบบันทึกปริมาณขยะอัจฉริยะ (KoomKah Smart Manifest)

บริษัทฯ ส่งเสริมให้ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม มีการจัดการขยะอย่างถูกวิธี ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการข้อมูล เพื่อเพิ่มศักยภาพในการจัดการขยะภายในนิคมอุตสาหกรรม ผ่านระบบบันทึกปริมาณขยะอัจฉริยะ (KoomKah Smart Manifest)  โดยลูกค้าผู้ใช้บริการสามารถทราบปริมาณขยะที่ถูกจัดเก็บได้แบบ Realtime สามารถติดตามตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส เป็นการยกระดับผู้ให้บริการจัดเก็บและขนส่งขยะ และสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการกำจัดขยะของบริษัทฯ ซึ่งในปี 2568 ลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี ที่ใช้บริการจัดการขยะมูลฝอยของบริษัทฯ ทุกรายได้ใช้บริการระบบบันทึกปริมาณขยะอัจฉริยะ (KoomKah Smart Manifest) ทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 100  และในอนาคตจะขยายไปใช้ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง ต่อไป

รางวัลการจัดการขยะอุตสาหกรรมและมูลฝอยในโรงงาน (Waste Management Awards)

บริษัทฯ ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมและสนับสนุนความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี และนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ระยอง เกี่ยวกับการจัดการขยะมูลฝอยและขยะอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด บริษัทฯ จึงได้จัดโครงการ “รางวัลการจัดการขยะอุตสาหกรรมและมูลฝอยในโรงงาน (AMATA Best Waste Management Awards)” เป็นกิจกรรมประจำปีต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้โรงงานเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการขยะอุตสาหกรรมประเภทไม่อันตราย ขยะมูลฝอย และสิ่งปฏิกูลภายในโรงงานให้ดียิ่งขึ้น โดยการนำหลักการจัดการ 3Rs (Reduce-Reuse-Recycle principle) มาประยุกต์ใช้ในการจัดการขยะ ซึ่งส่งผลให้โรงงานสามารถลดต้นทุนของผลิตภัณฑ์ได้อีกทางหนึ่ง โดยมีเป้าหมายให้ลูกค้ามีการบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมและขยะมูลฝอยตั้งแต่ต้นทางภายในโรงงานที่มีประสิทธิภาพก่อนส่งมายังโรงงานคัดแยกขยะ เพื่อเพิ่มอัตราส่วนขยะที่สามารถนำไปผลิตเป็นเชื้อเพลิงขยะ (RDF) และขยะรีไซเคิล

ในปี 2568 มีโรงงานสมัครเข้าร่วมโครงการทั้งสิ้น 109 บริษัท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.47 จากปี 2567 ซึ่งในปีนี้บริษัทฯ ยังคงใช้เกณฑ์การตรวจประเมินที่ได้ปรับให้สอดคล้องตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม และด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น  โดยมีทั้งการตรวจประเมินแบบออนไลน์และ แบบตรวจประเมินในพื้นที่ (Onsite) ซึ่งการตรวจประเมินในพื้นที่ จะเป็นเกณฑ์ที่บังคับใช้สำหรับโรงงานที่ปรับระดับขึ้นจากปีก่อน และโรงงานที่สมัครเข้าร่วมประเมินในระดับทองและแพลทินัมเป็นปีแรก

การเผยแพร่ความรู้และประสบการณ์การบริหารจัดการขยะสู่สังคม

การนำเสนอผลงานในงานประชุมวิชาการ

บริษัท อมตะ ฟาซิลิตี้ เซอร์วิส จำกัด ได้นำเสนอผลงานวิชาการเรื่อง นวัตกรรมการจัดการกากอุตสาหกรรมและขยะมูลฝอยเพื่อการพัฒนาสีเขียวอย่างยั่งยืน (Innovations in Industrial Waste and General Waste Management for Sustainable Green Development) ในการประชุมวิชาการเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมประจำปี 2568 ครั้งที่ 37 (สวสท.68) ของสมาคมวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 15 ธันวาคม 2568 โดยในการนำเสนอผลงานอยู่ในกลุ่มภาคเอกชน ซึ่งมีบริษัทที่เข้ารอบร่วมนำเสนอผลงานมากกว่าสิบบริษัท นอกจากนี้ผลการดำเนินงานในเรื่องนี้ ยังได้รับการตีพิมพ์ในเอกสารการประชุมวิชาการเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อมประจำปี ครั้งที่ 37 ( สวสท.68 หน้า 10 ) เผยแพร่เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2568 เพื่อเป็นการส่งเสริมแนวคิดการพัฒนาและเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วย

การอบรมให้ความรู้แก่องค์กรและผู้มีส่วนได้เสียภายนอก

บริษัทฯ ได้จัดให้มีการอบรมให้ความรู้เรื่องการจัดการขยะ แก่ผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท ฯ เช่น คู่ค้า ผู้รับเหมา ผู้เช่าและโรงงานผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ และคนในชุมชนโดยรอบ ตลอดปี 2568 รวมทั้งหมด 1 ครั้ง โดยมีผู้สนใจเข้าร่วม 43 คน เพื่อร่วมกันสร้างจิตสำนึกและความตระหนักรู้ด้านการจัดการขยะ วิธีการคัดแยกขยะ และส่งเสริมการคัดแยกขยะในโรงงานและชุมชนให้มากขึ้น เพื่อลดปริมาณขยะที่ส่งไปฝังกลบ นอกจากนี้ บริษัท ฯ ได้ขยายเครือข่ายความร่วมมือในด้านการจัดการขยะให้มากขึ้น เพื่อลดต้นทุนการบริหารจัดการขยะ และเพิ่มรายได้จากการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ขยะ รวมถึงการกระจายรายได้ให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียที่ร่วมมือในเครือข่ายการจัดการขยะด้วย

ร่วมสร้างอนาคตไปกับอมตะ

ส่งอีเมลล์ติดต่อมาที่ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.
+66
Search
    Attach Your CV *
    Browse Files No file chosen

    Accept our Recruitment Privacy Policy Notice

    ร่วมสร้างอนาคต
    ไปกับอมตะ

    ร่วมสร้างอนาคต
    ไปกับอมตะ

    ติดต่อเราเพิ่มเติม

    ประเทศไทย
    +66 38 939 007
    เวียดนาม

    +84 251 3991 007 (ใต้)
    +84 203 3567 007 (เหนือ)

    พม่า

    +95 1 230 5627

    ลาว

    (+856) 21 810007
    (+856) 20 5710007 (ภาษาจีน)
    (+856) 20 57550007 (ภาษาอังกฤษ)